ในปี 2006 นี้ เซ็นทรัลรีเทลได้ตั้งเป้าอัตราการเติบโตทั้งปีไว้ 12% หรือคิดเป็นยอดขาย 78,400 ล้านบาท จากภาวะเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการปรับราคาสูงขึ้นของน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งเบนซินและดีเซล แต่ด้วยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้มีการใช้จ่ายช่วยส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นที่น่าสังเกต คือ อัตราการเติบโตของการบริโภคในต่างจังหวัดเพิ่มสูงกว่าในกรุงเทพมหานคร
การลงทุน - ในปี 2548 ที่ผ่านมาเซ็นทรัลรีเทลได้ใช้งบลงทุนไปทั้งหมด 2,900 ล้านบาท โดยหลักๆใช้ในการลงทุนเปิดสาขาใหม่ ของ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ที่รัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นสาขาที่ 19 และเป็นสาขาแรก หลังจากที่ไม่ได้ขยายสาขามากว่า 8 ปี และสำหรับงบประมาณอีกส่วนหนึ่งใช้ในการเปิดสาขาใหม่ และรูปแบบร้านใหม่ของ HomeWorks ที่ Central Town รัตนาธิเบศร์ และล่าสุดที่สาขาเพชรเกษม 65 ซึ่งใน Format ใหม่ ของ HomeWorks ได้นำ Power Buy เข้ามาช่วยเสริมในด้านของเครื่องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ได้มีการใช้งบประมาณ จำนวน 700 ล้านบาท เพื่อการปรับปรุงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาชิดลม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และคงมาตราฐานของ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ที่เป็นห้างสรรพสินค้าอันดับหนึ่งของประเทศ ในส่วนของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ดรีเทล ได้มีการนำงบประมาณจำนวน 175 ล้านบาท เพื่อนำเสนอ Concept ใหม่ของ Central Food Hall ซึ่งภายหลังการปรับปรุง ได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทำให้ยอดรายได้ของสาขาชิดลม เพิ่มขึ้นถึง 20%
งบประมาณการลงทุนสำหรับ 12 เดือนข้างหน้าประมาณ 5,350 ล้านบาท โดยจำแนกเป็นการลงทุนในโครงการหลักๆคือ โครงการ CRC Flagship Store ที่เซ็นทรัลเวิร์ดพลาซ่า ซึ่งจะใช้งบลงทุนทั้งสิ้นกว่า 2,600 ล้านบาท ซึ่งในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ บริษัทในเครือเซ็นทรัลรีเทล มีกำหนดเปิด CRC Flagship Store อันประกอบด้วย Power Buy Supersports และ B2S ในส่วนของ Power Buy ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมเครื่องใช้ไฟฟ้า บนเนื้อที่ 5,400 ตารางเมตร ในการตกแต่งแบบ Lifestyle Concept สำหรับคนอินเทรนด์ ซึ่งจะเน้นการจัดวาง และสร้างความคล่องตัวให้กับผู้บริโภคในการเลือกชมสินค้า และในพื้นที่ของ Power Buy จะได้รับการจัดแบ่งออกเป็น สามโซนหลักๆ โซน AV โซน Home Appliance และโซน 3C ( Communication, Camera, and Computer ) สำหรับ Supersports จะมีพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร และมีการนำเสนอสินค้าในหมวดต่างๆ ทั้งกอล์ฟ ทั้งแฟชั่นกีฬา และอุปกรณ์การออกกำลังกาย และนอกจากนี้จะเพิ่มผลิตภัณฑ์ของกีฬาใหม่ๆ ที่ได้รับความนิยม เช่น Speed Boat, Jet Ski, การขี่ม้า ซึ่ง Supersports สาขา Central World จะได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเลือกชมสินค้า สำหรับร้านหนังสือ B2S ร้านLifestyle Store ร้านแรกของเมืองไทย ที่จะรวบรวมหนังสือทั้งไทย และภาษาต่างประเทศ เครื่องเขียน และสื่อบันเทิง มาไว้ในที่เดียวกัน บีทูเอส สาขา Central World แห่งนี้ จะมีพื้นที่กว่า 4,500 ตารางเมตร ซึ่งจะแบ่งการใช้พื้นที่เป็น 3 ชั้น บีทูเอส แห่งนี้เป็นร้านหนังสือที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ และด้วยความร่วมมือ กับทีมงานของ Page One ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารงานหนังสือต่างประเทศอย่างดี จะเพิ่มความหลากหลายของสินค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะสินค้าระดับพรีเมียมเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และให้เหมาะสมกับโครงการ Central World ที่วาง Position เป็น Landmark of the World
และจากความสำเร็จของทาง Central Food Retail ในการนำเสนอ concept ใหม่ Central Food Hall ที่ชิดลมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา สาขาใหม่ของ Central Food Hall @ Central World จะครอบคลุมพื้นที่กว่า 8,000 ตารางเมตร ซึ่งจากความสำเร็จของเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ที่ได้นำเสนอ concept ใหม่ที่สาขาชิดลมแล้ว สาขาใหม่ของ Central Food Hall จะเป็น Best Food Store in Asia ทีเดียว
ในส่วนของ ห้างสรรพสินค้า ZEN และ ZEN World มีกำหนดเปิดในช่วงปลายปีที่จะถึง รูปแบบใหม่ของห้างสรรพสินค้าเซน จะมีขนาดสูง 20 ชั้น แบ่งเป็นส่วนห้างสรรพสินค้าเซน 7 ชั้น และที่เหลืออีก 13 ชั้น ได้รับการออกแบบให้เป็น ZEN World ภายใต้แนวความคิด "รีเทล ไลฟ์สไตล์" ซึ่งจะเป็นรูปแบบใหม่ของการดำเนินธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มเซ็นทรัล ในส่วนของห้างสรรพสินค้า ZEN จะมีเนื้อที่ 50,000 ตร.ม. ซึ่งแนวความคิดในการพัฒนา ห้างสรรพสินค้าเซน รูปแบบใหม่นี้จะเน้นกลุ่มลูกค้า Yong @ Heart ซึ่งจะมีความชอบใน แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ที่นิยมความแปลกใหม่ และทันสมัย ในส่วนพื้นที่ของทางห้างสรรพสินค้า ZEN ประกอบด้วย แผนกเครื่องสำอาง และสินค้าแฟชั่น สินค้าตกแต่งบ้าน และ กิ๊ฟท์ section และที่ขาดเสียไม่ได้ คือ Food Loft ในส่วนของ อาคาร ZEN World มีพื้นที่ 30,000 ตร.ม. ลักษณะเป็นอาคาร 13 ชั้น ประกอบไปด้วย ศูนย์ฟิตเนส สปา โยคะ ศูนย์ความงาม ศูนย์การศึกษา และศูนย์การส่งเสริมการท่องเที่ยว ตลอดจนร้านอาหารชั้นนำ ซึ่งจะสะท้อน ความตั้งใจของทางเซ็นทรัล รีเทล ที่จะสร้างให้ ZEN และ ZEN World เป็น One Stop Shopping และ เป็น Lifestyle Destination Center เพื่อรองรับความชื่นชอบของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
นอกเหนือจากโครงการหลักที่ Central World ที่ทาง บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จะนำเสนอ Flagship Store ของกลุ่มแล้ว ในส่วนของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน หลังจากการเปิดสาขารัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นสาขาแรกหลังจาก ที่ไม่ได้ขยายสาขามากว่า 8 ปี ในปีนี้ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ได้เตรียมงบประมาณไว้จำนวน 320 ล้านบาท สำหรับการลงทุนเพื่อเตรียมเปิดสาขาที่ 20 ของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ที่อยุธยาพาร์ค ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายของทางบริษัท ที่จะขยายสาขาของโรบินสัน อย่างต่อเนื่องปีละสาขา
นอกจากนี้ใน 6 เดือนที่เหลือ จะมีสาขาต่างๆ ที่จะเปิดเพิ่ม คือ ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต (Tops Supermarket) เพาเวอร์บาย (Power Buy) ซูเปอร์สปอร์ต (Supersports) บีทูเอส (B2S) โฮมเวิร์ค (Homeworks ) และ ออฟฟิศ ดีโป (Office Depot) รวมทั้งสิ้นอีกกว่า 60 สาขา และเมื่อสิ้นปี 2006 เซ็นทรัล รีเทลจะมีสาขาของ บริษัทในเครือทั้งสิ้น ร่วม 400 สาขา
สำหรับ Vision 2010 นอกเหนือ จากการลงทุนภายในประเทศแล้ว ตามปณิธานของทางบริษัท ที่จะนำ ธุรกิจค้าปลีกของไทย ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ไปในภูมิภาคเอเชีย ในโอกาสนี้บริษัท ขอแจ้งให้ทราบถึงการลงทุนของบริษัท เซ็นทรัล รีเทล ใน PageOne โดยทางบริษัท จะได้เข้าถือหุ้น จำนวน 39.1%
Page One เป็น บริษัทผู้แทนค้าปลีกหนังสือ และจัดจำหน่ายหนังสือระหว่างประเทศ และนอกจากนั้น Page One ดำเนินธุรกิจด้านสำนักพิมพ์ อีกด้วย สำนักงานใหญ่ของ Page One ตั้งอยู่ในสิงค์โปร์ และมีการเปิดดำเนินการ ในฮ่องกง มาเลเซีย ไต้หวัน และประเทศไทย บริษัท Page One เริ่มดำเนินกิจการในปี พ.ศ. 2526 โดยเริ่มจากการจำหน่ายหนังสือ ซึ่งเน้นกลุ่มหนังสือด้าน Arts และ Design และได้ขยายการทำธุรกิจไปยังต่างประเทศในปี พ.ศ.2533 ปัจจุบันร้านหนังสือ "Page One" มีอยู่ 4 สาขาบนเกาะฮ่องกง และ 1 สาขา ใน กรุงไทเป ไต้หวัน นอกจากร้านหนังสือในชื่อ Page One แล้ว บริษัทฯยังได้ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ การเช่าพื้นที่ในร้านหนังสือ Kinokuniya เพื่อจัดจำหน่ายหนังสือเกี่ยวกับ Art & Design ซึ่งขณะนี้ ได้เช่าพื้นที่ของ Kinokuniya ในประเทศต่างๆ รวม 5 สาขาด้วยกัน ได้แก่ สิงค์โปร์ 1 สาขา มาเลเซีย1 สาขา และ อีก3 สาขาในประเทศไทย จากความสำเร็จในด้านการจำหน่ายหนังสือ ทาง Page One ได้เริ่มธุรกิจด้านสำนักพิมพ์ ในปี พ.ศ.2536 โดยมุ่งเน้นงานพิมพ์หนังสือประเภท Art &Design ในแต่ละปีบริษัทฯ จะมีงานพิมพ์ออกใหม่กว่า 130 เล่ม
"การตัดสินใจลงทุนใน Page One นับเป็นก้าวแรกที่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้ ทางบริษัท เซ็นทรัล รีเทลสามารถเริ่มธุรกิจในอีกสี่ประเทศ ในคราวเดียวกัน" นาย ทศ จิราธิวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติม "ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ชื่อของ เซ็นทรัล รีเทล เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีก และด้วยสาขาของ Page One ที่มีอยู่ในอีกสี่ประเทศ จะเป็นช่องทางในการศึกษาโอกาส การขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ เพิ่มยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เป็นข้อน่าสังเกตว่า เมื่อ 58 ปีที่แล้ว กลุ่มเซ็นทรัล ได้เริ่มบุกเบิกธุรกิจในประเทศไทยด้วยการจัดจำหน่ายหนังสือต่างประเทศ จนประสบความสำเร็จ และในโอกาสนี้ ซ็นทรัล รีเทล ก็เริ่มการลงทุนในตลาดต่างประเทศ ด้วยธุรกิจการจัดจำหน่ายหนังสือต่างประเทศ เช่นเดียวกัน" นายทศ จิราธิวัฒน์ กล่าว
ฝ่ายบริหาร ของ เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับทีมผู้บริหารของ Page One มีเป้าหมาย ที่จะขยายธุรกิจร้านหนังสือของกลุ่ม โดยกำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการเปิดดำเนินการในกรุงปักกิ่ง และนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ตลอดจนการเปิดร้าน Page One ใน สิงค์โปร์ และ จาการ์ตา และต่อไปในอนาคตทางกลุ่มมุ่งที่จะขยายโอกาสทางธุรกิจ ทั้งในด้านการจัดจำหน่าย และด้านการพิมพ์เพิ่มยิ่งขึ้น
ในขณะเดียวกัน ด้วยความรู้ความสามารถของทีมงานจาก Page One จะช่วยเสริมให้ B2S ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเซ็นทรัลรีเทล ได้รับประโยชน์จากการ sourcing หนังสือต่างประเทศ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทาง เซ็นทรัล รีเทล และ กลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งมีนโยบายที่มุ่งเน้นการขยายการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย การเข้าถือหุ้นและร่วมบริหารใน Page One ครั้งนี้ นอกจากจะได้ร่วมกันพัฒนา และเปิดร้านหนังสือให้มีสาขามากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแล้ว การตัดสินใจลงทุน ใน Page One จะช่วยเพิ่มศักยภาพของกลุ่มในด้านธุรกิจค้าปลีก และตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งของกลุ่มในประเทศ และในภูมิภาค
ด้านบุคคลากร
ปัจจุบันทางเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น มีพนักงานทั้งสิ้นรวม 41,000 คน ประกอบด้วยพนักงานของบริษัทเอง จำนวน 22,000 คน และส่วนที่เหลือเป็น PC/BA ซึ่งทางบริษัทได้มีแผนจัดอบรมและเพิ่มพูนความสามารถของพนักงานอย่างต่อเนื่อง สำหรับในปี 2549 นี้ ทางบริษัทได้ตั้งงบประมาณไว้เป็นจำนวนกว่า 20 ล้านบาท นอกจากนี้เพื่อตอบสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะผลิตผู้จบการศึกษา ให้มีคุณภาพ ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน ทางบริษัทได้ดำเนินโครงการทวิภาคี ร่วมกับกรมอาชีวศึกษา โดยจัดนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ มาเรียนรู้งานธุรกิจค้าปลีก ด้วยการมาฝึกงาน ในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ และ ในขณะเดียวกัน ทางบริษัทได้ส่งเสริมให้พนักงานหน้าร้านได้สมัครเรียนเพื่อศึกษาเพิ่มเติม โดยเป็นความร่วมมือของทางบริษัท ร่วมกับกรมอาชีวะ ของกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับโครงการฝึกงานภาคฤดูร้อน หลังจากที่ทาง เซ็นทรัล รีเทล ได้เริ่มทดลองโครงการไปเมื่อภาคฤดูร้อนปีที่แล้ว ในปีนี้ทางบริษัท ได้ริเริ่มโครงการ "Explore More, Experience More" เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่สาม หรือนักศึกษาระดับปริญญาโท ได้มาฝึกทดลองงานในบริษัทในกลุ่ม เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ในระหว่างปิดภาคการศึกษานี้ เพื่อช่วยเตรียมความพร้อม ของนักศึกษาที่กำลังจะจบให้มีความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจค้าปลีก และพร้อมที่จะมาร่วม ธุรกิจค้าปลีกของประเทศ ที่กำลังเติบโตขึ้นทุกวัน
การมีส่วนร่วมในการพัฒนาเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility)
ด้วยการตระหนักถึงความรับผิดชอบในฐานะส่วนหนึ่งของสังคม ทางบริษัทได้ดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง และในช่วงปลายปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ประกาศ แต่งตั้ง คุณวันทนีย์ จิราธิวัฒน์ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ รับผิดชอบหน่วยงานซึ่งดูแลกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility) ทางบริษัทมีโครงการต่างๆ ในด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการศึกษา และกิจกรรมเพื่อการกีฬา ซึ่งเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว บริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนทางกรมศิลปากร เริ่มบูรณะวัดพระสิงห์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีกำหนดบูรณะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ และมีกำหนดอัญเชิญยอดฉัตรขึ้นประดิษฐานบนเจดีย์ เพื่อเป็นการสมโภชวัด หลังจากเสร็จพิธีดังกล่าวบริษัทฯ จะให้การสนับสนุนกรมศิลปากร ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบในลำดับต่อไป ซึ่งในโครงการนี้ทางบริษัทหวังที่จะช่วยให้คนไทยทุกคนได้ภูมิใจใน ศิลปวัฒนธรรม ของชาติ
ด้านการส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
เมื่อกันยายนปีที่ผ่านมา บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Retail Asia ร่วมกับ สำนักงานตรวจสอบ KPMG และ Euromonitor ให้เป็น Top Retailer 2005 Gold - Thailand ของผู้ดำเนินการธุรกิจค้าปลีกของประเทศไทย ด้วยผลประกอบการสูงสุดของประเทศไทย นอกจากการจัดอันดับ Top Retailer จากแต่ละประเทศแล้ว ทางคณะกรรมการได้พิจารณามอบรางวัลพิเศษ "Best of the Best Awards Asia Pasific" ให้กับ กลุ่มบริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด อีก 1 รางวัลด้วย ซึ่งรางวัลดังกล่าวคณะกรรมการได้พิจารณาตัดสินจากเกณฑ์ต่างๆ ดังนี้ การให้บริการแก่ลูกค้า (Customer Service), การนำเสนอสินค้า (Merchandise Offerings), การบริหารการจัดการร้าน (Store Operations), การสื่อสารทางการตลาด (Marketing Communication), การบริหารงานบุคคล (Human Resource), การใช้เทคโนโลยี (Technology) และ วัฒนธรรมขององค์กร (Corporate Culture)
|