|   English   
      

 
   
การแถลงข่าวประจำปี 2551
บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด





ตลอดปี 2550 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยโดยรวมสามารถขยายตัวได้ดีกว่าปี 2549 เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการส่งออกที่ยังสามารถขยายตัวได้ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องตลอดปี ในขณะที่การใช้จ่ายภายในประเทศโดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนที่เร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาสที่สามต่อเนื่องถึงไตรมาสที่สี่ เมื่อทราบแน่ชัดว่าจะมีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรในปลายปี นอกจากนี้การใช้จ่ายของรัฐบาลซึ่งมีการเร่งรัดการใช้เบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินของทางราชการส่วนต่างๆ ยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงที่การลงทุนภาคเอกชนยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยทั่วไปถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีโดยทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ที่ 84.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2550 ซึ่งอยู่สูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นหลายเท่าตัว อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ และสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ณ สิ้นปีงบประมาณ 2550 อยู่ที่ร้อยละ 37.8 ซึ่งนับว่าต่ำมาก ปกติกรอบความยั่งยืนทางการคลังจะอยู่ที่ร้อยละ 50 แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกและดัชนีความเชื่อมั่นของภาคประชาชนยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

ด้วยปัจจัยดังกล่าวทำให้กลุ่มเซ็นทรัลต้องปรับกลยุทธ์แผนธุรกิจหลายครั้งให้รองรับกับปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้น เพื่อให้กลุ่มธุรกิจต่างๆสามารถผ่านพ้นความผันแปร สามารถสร้างความเจริญเติบโตให้กับกลุ่มเซ็นทรัลและประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง

การกำหนดนโยบายต่างๆ ภายใต้คณะกรรมการบริษัท ซึ่งมีคุณวันชัย จิราธิวัฒน์เป็นประธาน และภายใต้การบริหารงานและกำกับดูแลของคณะกรรมการบริหาร ซึ่งมีคุณสุทธิชัย จิราธิวัฒน์ เป็นประธานกรรมการบริหาร คุณสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์เป็นรองประธานกรรมการบริหาร และกรรมการ บริหารอีก 4 ท่านคือ คุณสุทธิชาติ จิราธิวัฒน์ คุณสุทธิศักดิ์ จิราธิวัฒน์ คุณสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ และคุณปริญญ์ จิราธิวัฒน์

กลุ่มเซ็นทรัลแบ่งธุรกิจออกเป็น 5 กลุ่มธุรกิจหลัก (Core Business) ได้แก่
  1. กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Retail Business = CRC)
  2. กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate = CPN)
  3. กลุ่มธุรกิจค้าส่ง (Trading & Marketing = CMG)
  4. กลุ่มธุรกิจโรงแรม (Hotels = CHR)
  5. กลุ่มเซ็นทรัลเรสตอรองส์กรุ๊ป (Food = CRG)
ผลการประกอบการในปี 2550 เป็นดังนี้

 ยอดขายของกลุ่มมีทั้งสิ้น 95,400 ล้านบาท
     โดยคิดเป็นอัตราเติบโตร้อยละ 5 แยกเป็น
  1. กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (CRC) มีอัตราการเติบโตร้อยละ 4
  2. กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (CPN) มีอัตราการเติบโตร้อยละ14
  3. กลุ่มธุรกิจค้าส่ง (CMG) ไม่มีอัตราการเติบโต
  4. กลุ่มธุรกิจโรงแรม (CHR) มีอัตราการเติบโตร้อยละ 18
  5. กลุ่มเซ็นทรัลเรสตอรองส์กรุ๊ป (CRG) มีอัตราการเติบโตร้อยละ 4
สาเหตุหลักที่ทำให้ยอดขายต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในสถานการณ์ปกติ เนื่องจากปัจจัยและสถานการณ์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น โดยเฉพาะดัชนีความเชื่อมั่นในการบริโภคของประชาชนที่ ยังไม่เติบโตเต็มที่และภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น เนื่องจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันตลอดปีอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำลังซื้อโดยทั่วไปลดลง แต่ทางกลุ่มค้าปลีกก็ยังสามารถมีการเติบโตได้ที่ร้อยละ 4 และจากนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างจริงจังต่อเนื่องของรัฐบาลและเอกชน ทำให้กลุ่มธุรกิจโรงแรมมีการเติบโตถึงร้อยละ18 ซึ่งกล่าวได้ว่าจากผลของการปรับตัวของกลุ่มอย่างทันเหตุการณ์ จึงทำให้ยอดขายในปีนี้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ

 การลงทุนของกลุ่มรวมทั้งสิ้น 12,000 ล้านบาท ต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ที่ 19,000 ล้านบาท
     โดยมีสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจหลักดังนี้
  1. กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (CRC) มีการลงทุน 4,200 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 35
  2. กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (CPN) มีการลงทุน 4,800 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 40
  3. กลุ่มธุรกิจค้าส่ง (CMG) มีการลงทุน 100 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1
  4. กลุ่มธุรกิจโรงแรม (CHR) มีการลงทุน 2,600 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 22
  5. กลุ่มเซ็นทรัลเรสตอรองส์กรุ๊ป (CRG) มีการลงทุน 300 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2
โดยภาพรวมแล้วธุรกิจหลักของกลุ่มมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดไว้เล็ก น้อย เนื่องจากภาวะราคาน้ำมันทำให้การบริโภคของประชาชนไม่สูง แต่หลังทราบทิศทางการเมืองที่มีการเลือกตั้งในปลายเดือนธันวาคม 2550 ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมีความมั่นใจและกล้าที่จะจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นประกอบกับในช่วงเทศกาลปลายปีซึ่งประชาชนมักนิยมซื้อสินค้ากันเป็นประจำ นอกจากนี้ การจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่มีมากเป็นพิเศษในปีนี้มีส่วน ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยสินค้าของประชาชนอีกด้วย แต่ก็มาถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐ อเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก

สภาพโดยรวมเศรษฐกิจปี 2551

แนวโน้มเศรษฐกิจปี2551 เชื่อมั่นว่าอุปสงค์ภายในประเทศ ทั้งในส่วนของการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นนับจากครึ่งปีหลังของปี 2550 และหนุนโดยความเชื่อมั่นในประเทศที่น่าจะดีขึ้นตามภาวะการเมืองที่มีแนวโน้มพัฒนาไปในทางบวก แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องที่อาจทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัว โดยการลดต้นทุนค่าจ้างแรงงานซึ่งจะส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และกระทบต่อการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศในระยะต่อไป

ส่วนแนวโน้มการส่งออกไทยอาจชะลอลงบ้าง แต่น่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ 10-11% ซึ่งการส่ง ออกที่ชะลอลงกว่าปี 2550 นั้น เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง เนื่องจากภาวะชะลอตัวด้านเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้แม้ว่าการส่งออกและการใช้จ่ายภาครัฐอาจจะชะลอลงบ้าง ทว่าปัจจัยสนับสนุนที่มีอิทธิพลสูงอย่างการฟื้นตัวของการบริโภคและการลงทุนในประเทศ จะช่วยชดเชยภาวะดังกล่าวได้ และน่าจะหนุนให้เศรษฐกิจไทยปี 2551 เร่งตัวขึ้นได้เมื่อเทียบกับปี 2550 กล่าวคือจะขยายตัวได้ที่ 5%

เป้าหมายธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลปี 2551

กลุ่มเซ็นทรัลคาดว่าธุรกิจในกลุ่มน่าจะมี อัตราการเติบโตในปี 2551 ที่อัตราร้อยละ 9
มียอดขายทั้งกลุ่มที่ประมาณไว้ 103,600 ล้านบาท
โดยแยกเป็น:-
  1. กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (CRC) มีอัตราการเติบโตประมาณร้อยละ 7
  2. กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (CPN) มีอัตราการเติบโตประมาณร้อยละ 13
  3. กลุ่มธุรกิจค้าส่ง (CMG) มีอัตราการเติบโตประมาณร้อยละ 7
  4. กลุ่มธุรกิจโรงแรม (CHR) มีอัตราการเติบโตประมาณร้อยละ 30
  5. กลุ่มเซ็นทรัลเรสตอรองส์กรุ๊ป (CRG) มีอัตราการเติบโตประมาณร้อยละ 12
ในปี 2551 กลุ่มเซ็นทรัลมีแผนการลงทุนในโครงการต่างๆด้วยงบลงทุน ไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท
โดยมีสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจหลักคือ
  1. กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (CRC) มีการลงทุน 5,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 33
  2. กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (CPN) มีการลงทุน 6,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 40
  3. กลุ่มธุรกิจค้าส่ง (CMG) มีการลงทุน 130 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1
  4. กลุ่มธุรกิจโรงแรม (CHR) มีการลงทุน 3,500 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 23
  5. กลุ่มเซ็นทรัลเรสตอรองส์กรุ๊ป (CRG) มีการลงทุน 370 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ3
กลุ่มเซ็นทรัลคาดว่าธุรกิจในกลุ่มปี 2551 จะมียอดขายประมาณ 103,600 ล้านบาท ภายใต้สมมุติฐานว่าสถานการณ์ต่างๆเป็นไปตามปกติ ระบบการเมืองมีความสงบ ประเทศชาติมั่นคง ไม่มีภัยธรรมชาติขนาดใหญ่เกิดขึ้นกว่าที่เกิดโดยทั่วไป

กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อว่าการลงทุนดังกล่าว เป็นงบลงทุนขนาดใหญ่ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้เกิดการจ้างงา และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ให้เติบโตไปได้ด้วยความมั่นคง

ความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม (Corporate Social Responsibility)

ในการดำเนินงาน Corporate Social Responsibility นั้น ได้กำหนดเป็นนโยบาย ให้ผู้บริหารทุกระดับตลอดจนพนักงานบริษัทในเครือทุกคน ให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานควบคู่กันไปกับการประกอบธุรกิจด้วย โดยมีแผนการดำเนินงานหลักที่สำคัญประกอบด้วย
  1. การถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
  2. ด้านศาสนา-วัฒนธรรม-ประเพณี
  3. ด้านการศึกษา
  4. ด้านการกีฬา
  5. ด้านสิ่งแวดล้อม
  6. ด้านสาธารณประโยชน์อื่นๆ
ผลการดำเนินงานที่สำคัญในปี 2550 มีดังนี้

 การถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
  • ได้ดำเนินการทูลเกล้าฯ ถวายเงินแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อทรงใช้ในโครงการหลวงและโครงการศิลปาชีพฯ
  • ได้น้อมเกล้าฯ ถวายรถรับบริจาคเคลื่อนที่ขนาดเล็กจำนวน 5 คัน แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมอบให้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ
  • การบริจาคเงินสนับสนุน โครงการรวมใจภักดิ์รักในหลวงให้กับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ
  • การจัดกิจกรรมการลงนามถวายพระพร 12 สิงหาคมและ 5 ธันวาคม ในสถานประกอบการของบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล
  • การจัดทำกิจกรรมทำดีเพื่อพ่อถวายเป็นพระราชกุศล
  • การจัด โครงการบริจาคโลหิต “6 ล้านซีซี เทิดไท้องค์ราชัน” ถวายเป็นพระราชกุศลซึ่งได้เกินเป้าหมายได้ถึง 8.7 ล้านซีซี
  • โครงการขายพวงกุญแจ”เรารักในหลวง” นำรายได้ทูลเกล้าฯ ถวายให้กับมูลนิธิพระดาบส
  • การนำพนักงานไปร่วมลงนามถวายพระพรฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช
  • การทูลเกล้าถวายเงินให้มูลนิธิพระดาบสเพื่อจัดทำอาคารเรือนโรงประมงและเกษตรพร้อมลานเอนกประสงค์ ณ โครงการลูกพระดาบส จังหวัดสมุทรปราการ
 ด้านการศึกษา
  • ได้สนับสนุนเงินสร้างโรงอาหารขนาด 300 ที่นั่งให้กับโรงเรียนสะเมิงพิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่
  • มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ผ่านกระทรวงศึกษาธิการ
  • จัดกิจกรรมแข่งขันสร้างนักการตลาดรุ่นเยาว์แก่นิสิตนักศึกษา”โครงการ Central Group Junior Marketeer ครั้งที่ 2
  • มอบทุนการศึกษาให้กับบุตรพนักงานและตัวพนักงานของบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล
  • การพัฒนาห้องสมุดและห้องพยาบาลโรงเรียนวัดพระงาม จังหวัดอยุธยา
  • การจัดกิจกรรม”HomeWorks พบน้องสถาปัตย์” เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับสถานศึกษา
  • การจัดกิจกรรม โครงการพี่จูงน้อง
  • การก่อสร้างอาคารเรียนฉลิมพระเกียรติและสร้างรั้วโรงเรียนบ้านคลองม่วง จังหวัดกระบี่ ซึ่งได้รับภัยสึนามิ
 ด้านการกีฬา
  • ได้สนับสนุนอุปกรณ์การกีฬาให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เยาวชนได้ออกกำลังกาย
 ด้านสาธารณะประโยชน์อื่นๆ
  • การบริจาคผ้าห่ม ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนนำผ้าห่มไปแจกจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว
  • กิจกรรมช่วยเหลือเกษตรกร บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (Central Food Hall, Tops Market Place, Tops Supermarket) ได้รับสินค้าจากเกษตกรมาจำหน่าย รวมทั้งการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ จัดงาน อาทิ ร่วมกับกับพาณิชย์จังหวัด 9 จังหวัดภาคตะวันออก จัดงาน "เทิดไท้ 80 พรรษา มหัศจรรย์ผลไม้ไทยของดีล้ำค่า 9 จังหวัดภาคตะวันตก"
  • ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ในการจำหน่ายสินค้าปลอดสารพิษ
  • ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์จัดงาน “ข้าวหอมมะลิไทย หอมไกลทั่วโลก
 รางวัลจากหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ประกอบไปด้วย
  • บริษัทในเครือโรงแรมและ รีสอร์ท ได้รับรางวัล Best Local Hotel Chain จากงาน 18th TTG TRAVEL AWARDS 2007
  • ห้างโรบินสันเข้ารับรางวัล "นักบริหารดีเด่นแห่งปี ด้านธุรกิจค้าปลีก จากหนังสือเส้นทางไทย"
  • บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ รับรางวัล "The World's Greatest Food Retailers" จากนิตยสาร เดอะโกรเซอร์
  • บริษัทเซ็นทรัล ฟู้ดรีเทลจำกัด รับรางวัล Trusted Brand จากนิตยสาร ลีดเดอร์ ไดเจสท์เป็นปีที่ 2 ติดต่อ, ห้างโรบินสันเข้าเฝ้ารับประทานประกาศเกียรติคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี จากความร่วมมือจัดหาโลหิตเป็นหมู่คณะ, และบริษัทในเครือโรงแรมรับรางวัลจากกระทรวงแรงงานและมูลนิธิใบไม้เขียว




 

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ห้างสรรพสินค้าเซน ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต เพาเวอร์บาย ซูเปอร์สปอร์ต บีทูเอส โฮมเวิร์ค ออฟฟิศ ดีโป เซ็นทรัลออนไลน์


หน้าแรก  |  เกี่ยวกับบริษัท  |  บริษัทในเครือ  |  สมัครงาน  |  ข่าวบริษัท  |  ติดต่อเรา

สงวนลิขสิทธิ์ 2548 โดย เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอร์เรชั่น


บริษัทในเครือ

Central Group of Companies