ที่มาแห่งประวัติศาสตร์เซ็นทรัล

จากร้านชำเล็กๆ สู่กลุ่มค้าปลีกชั้นนำ...

ก้าวแรกของกลุ่มเซ็นทรัลได้เริ่มจากคุณเตียง จิราธิวัฒน์ ซึ่งเปิดร้านค้าเล็กๆ ของครอบครัวขึ้นในปีพ.ศ. 2490 และโดยการบริหารร่วมกับคุณสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ บุตรชาย กิจการได้เติบใหญ่จนนำมาสู่การเปิดห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแห่งแรกในย่านวังบูรพา และนั่นคือจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ความสำเร็จ ที่ผู้ก่อตั้งและครอบครัวได้นำพาเซ็นทรัลสู่การเป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำ

ในยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟู คุณเตียงและคุณสัมฤทธิ์ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ เป็นผู้พลิกโฉมวงการค้าปลีก และบุกเบิกรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ เป็นครั้งแรกของเมืองไทยมากมาย ตลอดเวลาภายใต้การบริหารของครอบครัวจิราธิวัฒน์ กลุ่มเซ็นทรัลถือเป็นหนึ่งในบริษัทค้าปลีกไทย ที่เป็นที่รู้จักและประสบความสําเร็จสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วิสัยทัศน์ที่เฉียบคมของตระกูลจิราธิวัฒน์ได้ถูกส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น ก่อให้เกิดการขยายธุรกิจต่อไปอย่างไม่สิ้นสุดในรูปแบบออมนิชาแนล เพื่อที่จะผลักดันธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่องและสร้างความแข็งแกร่งให้กลุ่มเซ็นทรัล สามารถครองความเป็นผู้นําในธุรกิจค้าปลีกหลากหลายประเภทอย่างยาวนาน

ลำดับเหตุการณ์เส้นทางแห่งความสำเร็จ

ที่สานต่อไม่หยุดยั้ง

ตลอดเวลามากกว่า 7 ทศวรรษของการอยู่เคียงข้างลูกค้า เซ็นทรัล รีเทล มีช่วงเวลามากมายที่นับได้ว่ามีส่วนในการผลักดันเราสู่ความสำเร็จในวันนี้ และนี่คือลำดับเหตุการณ์สำคัญที่ผ่านมาตลอดเส้นทางของเรา

2490
ก่อตั้งร้านค้าในตึกแถวขนาดเล็กในกรุงเทพมหานคร
2493
เริ่มประกอบกิจการนำเข้าสินค้า โดยการก่อตั้ง เซ็นทรัล เทรดดิ้ง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจบริหารและการตลาดสินค้าแฟชั่น (Central Marketing Group หรือ CMG)
2499
เปิดห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลสาขาแรกในย่านวังบูรพา
2517
เปิดให้บริการห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาชิดลม ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็น ห้างสรรพสินค้าสาขา แฟลกชิปสโตร์ ที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทฯ
2533
เปิดให้บริการห้างสรรพสินค้าเซน (ปัจจุบันคือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแอทเซ็นทรัลเวิลด์) ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าไลฟ์สไตล์ และก่อตั้ง บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด
2535
เปิดห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าสาขาแรกในพื้นที่นอกเขตกรุงเทพมหานคร และเป็นใบเบิกทางสำหรับการขยายธุรกิจสู่ต่างจังหวัด
2538
เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน
2539
เปิดท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นร้านขายสินค้าเฉพาะทางแห่งแรก และปัจจุบันเป็นเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
2540
เปิดร้านขายสินค้าเฉพาะทางร้านอื่นๆ ได้แก่ เพาเวอร์บาย และซูเปอร์สปอร์ต ถือเป็นการเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกหลากหลายประเภทอย่างเต็มรูปแบบ
2548
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานอนุญาตให้ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลใช้ตราครุฑในกิจการ
2553
  • เปิดไทวัสดุ ร้านขายสินค้าเฉพาะทางแบบสแตนด์อโลนขนาดใหญ่แห่งแรก
  • เปิดโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ แห่งแรกในจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจที่มุ่งเน้นการขยายธุรกิจและเจาะตลาดในต่างจังหวัด
2554
เข้าซื้อกิจการรีนาเชนเต ซึ่งเป็นกลุ่มห้างสรรพสินค้าหรูหราในประเทศอิตาลี และเป็นการเข้าสู่ตลาดยุโรปครั้งแรกของบริษัทฯ
2555
เข้าร่วมลงทุนในกิจการ แฟมิลี่มาร์ท ในประเทศไทยในรูปแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture)
2556
  • เปิดตัวเว็บสโตร์แรกภายใต้ชื่อ www.central.co.th สำหรับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล
  • เปิดร้านขายสินค้าเฉพาะทางแห่งใหม่ ในชื่อบ้าน แอนด์ บียอนด์
2558
เข้าร่วมลงทุนในกิจการเหงียนคิม และลานชี มาร์ทในประเทศเวียดนาม
2559
เข้าซื้อกิจการบิ๊กซีในประเทศเวียดนาม
2560

เปิดตัวการให้บริการช่วยเหลือในการเลือกซื้อสินค้าแบบดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม Omnichannel เช่น “Rinascente ON DEMAND” และ “Chat & Shop”

บริษัทฯ ได้เริ่มปรับโครงสร้างธุรกิจ เพื่อเป็นการเตรียม ความพร้อมสำหรับการออกและเสนอขายหุ้นต่อ ประชาชน และการนำหุ้นของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์

2561
เปิดตัวแบรนด์ค้าปลีก GO! สำหรับธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตสาขาแรกจากการปรับภาพลักษณ์แบรนด์บิ๊กซีในประเทศ เวียดนาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการขยายกิจการของบริษัทฯ
2562

บริษัทฯ ได้แปรสภาพเป็นบริษัท (มหาชน) จำกัด และได้ทำการเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) (ROBINS) และเพิกถอนหุ้นของ ROBINS ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ฯ

นอกจากนี้ ได้เข้าซื้อหุ้นส่วนที่เหลือทั้งหมด ในธุรกิจเหงียนคิม ในประเทศเวียดนาม

สำหรับประเทศอิตาลี ได้มีการเปิดให้บริการ รีนาเชนเต สาขาตูรินหลังการปรับปรุงสาขา โดยมีการขยายพื้นที่และรวบรวมแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 1,000 แบรนด์ รวมถึง เพิ่มโซนเครื่องประดับ และร้านอาหารชั้นนำ เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการอย่างครบครัน

2563

เปิดซื้อขายหลักทรัพย์ CRC วันแรกในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นหุ้นไอพีโอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และเป็นหุ้นไอพีโอของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รวมทั้งเข้าไปรวมอยู่ในดัชนี SET 50 และ MSCI Global Standard Indexes และได้ดำเนินแผน “ยุทธศาสตร์ 5 พร้อม” ที่ตอบโจทย์ความท้าทายในยุค นิวนอร์มอล อีกทั้ง เปิดตัวเว็บไซต์ www.rinascente.it. ในประเทศอิตาลี

นอกจากนี้ ได้เปิดโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ 1 สาขา และไทวัสดุ 4 สาขาในประเทศไทย สำหรับในเวียดนาม ได้เปิด GO! 4 สาขา และมินิ โก (go!) สาขาแรก และได้ปรับภาพลักษณ์จากแบรนด์ค้าปลีกบิ๊กซีเป็น GO! 4 สาขา

2564

มกราคม: เปิดไทวัสดุ 2 สาขา ได้แก่ สาขาสุขสวัสดิ์และสาขาบ่อวิน และได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน GO! สำหรับซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคในประเทศเวียดนาม

กุมภาพันธ์: ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ COL(1) แล้วเสร็จ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับส่วนงานฮาร์ดไลน์ สร้างมูลค่าเพิ่มจาก Synergy รวมถึงการขยายธุรกิจไปยังตลาดภาคองค์กร

เมษายน: เปิด GO! ที่เมือง Thai Nguyen ในประเทศเวียดนาม นอกจากนี้ สำหรับในประเทศไทย ได้เปิดจริงใจ มาร์เก็ต ซึ่งตั้งอยู่ภายในท็อปส์ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 และมีทั้งหมด 25 สาขาในปี 2564

พฤษภาคม: นำเสนอบริการใหม่ล่าสุด Personal Shopper ทั้งในส่วนงาน Non Food และขยายให้ครอบคลุมในส่วนงานฟู้ด ได้แก่ ท็อปส์และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์

กรกฎาคม: เปิดไทวัสดุ สาขาอยุธยา

สิงหาคม: เปิดไทวัสดุ สาขาสงขลาและ go! WOW สาขาแรกในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ ซึ่งเป็นร้านสินค้าเบ็ดเตล็ดภายในบ้าน และได้เข้าลงทุนในสตาร์ทอัพไทย Mercular (2) โดยการลงทุนนี้ได้ทำเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564

ตุลาคม: เปิดตัว go! Power สาขาแรกที่หัวหิน ภายใต้กลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ ซึ่งเป็นร้านขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร ซึ่งมุ่งเน้นเจาะตลาดในต่างจังหวัด

พฤศจิกายน: เปิดไทวัสดุ สาขาศรีสมาน รูปแบบใหม่ Hybrid Format สาขาแรก โดยรวมไทวัสดุ และ BNB Home เพื่อตอบโจทย์ความต้องการสินค้าตกแต่งบ้านสำหรับคนเมือง และได้เปิดห้างสรรพสินค้าโรบินสัน อยุธยา และเปิด GO! ที่เมือง Ba Ria ในประเทศเวียดนาม

อีกทั้ง ได้ทรานส์ฟอร์มองค์กรเป็นเบอร์หนึ่ง ‘Digital First’ และ ‘Omni-Centric Retailer’ พร้อมแพลตฟอร์ม Omnichannel ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจใน 3 ประเทศ ส่งผลให้องค์กรมีความแข็งแกร่ง พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน

ธันวาคม: ลงทุนในบริษัท แกร็บแท็กซี่ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด(3) ในสัดส่วนร้อยละ 40 โดยการเข้าลงทุนดังกล่าว ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Ecosystem และแพลตฟอร์ม Omnichannel ของกลุ่มบริษัทฯ นอกจากนี้ ได้เปิด GO! ที่เมือง Thai Binh ในประเทศเวียดนาม

หมายเหตุ:
(1) บริษัท พีบีเอชดี จำกัด (บริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100) ได้ดำเนินการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) (COL) แล้วเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564

(2) Mercular เป็น Community Commerce หรือเป็นแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า โดยลงทุนผ่านการจับมือกับเพาเวอร์บาย ต่อยอดช่องทางการขายจาก E-commerce สู่แพลตฟอร์ม Omnichannel และขยายตลาดสินค้ากลุ่ม Hobby & Lifestyle โดยมุ่งเน้นสร้างประสบการณ์ที่ดี ตั้งแต่การมีสินค้าที่แตกต่างและครบครัน การให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสินค้า การสร้าง Community และมีการบริการหลังการขายที่ให้บริการอย่างรวดเร็ว

(3) บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้น Porto Worldwide Limited (Porto WW) สัดส่วนร้อยละ 67 ซึ่งลงทุนในบริษัท แกร็บแท็กซี่ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 40 โดยการเข้าลงทุนดังกล่าวและการร่วมมือกับ Grab จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Ecosystem และแพลตฟอร์ม Omnichannel ของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึงการพัฒนาด้านการให้บริการให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น