การบริหารจัดการความเสี่ยงและการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือวิกฤต

การบริหารจัดการความเสี่ยงและการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือวิกฤต เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับ เซ็นทรัล รีเทล เนื่องจากกลุ่มธุรกิจที่หลากหลายและการดำเนินงานทั่วโลก เพื่อตอบสนองต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลก เซ็นทรัล รีเทล ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างครอบคลุม รวมถึงการติดตาม การบรรเทา และการตอบสนองต่อความเสี่ยง เซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นที่จะยกระดับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการบริหารความเสี่ยงให้กับทุกหน่วยธุรกิจ และสร้างวัฒนธรรมความเสี่ยงเชิงรุกที่แข็งแกร่งสำหรับพนักงานทุกระดับ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและค้นหาโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโตของธุรกิจ

ผลกระทบต่อธุรกิจ ผู้มีส่วนได้เสีย และสิทธิมนุษยชน

ด้วยกระบวนการบริหารความเสี่ยงและมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงที่ยืดหยุ่นจะช่วยสนับสนุนให้ เซ็นทรัล รีเทล สามารถลดโอกาสและ/หรือลดความสูญเสียที่มีต่อชีวิตและทรัพย์สิน ลดโอกาสและ/หรือลดผลกระทบที่อาจส่งผลให้การดำเนินกิจกรรมสำคัญทางธุรกิจหยุดชะงัก ลดโอกาสและ/หรือลดผลกระทบจากข้อพิพาทและประเด็นทางด้านกฎหมาย หรือความเสียหายต่อชื่อเสียง กล่าวคือ สามารถสร้างสภาพแวดล้อมและกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความสามารถในการทำกำไรที่สูงขึ้น และต้นทุนจากการดำเนินงานที่ลดลง โดยการเติบโตอย่างยั่งยืนของ เซ็นทรัล รีเทล สามารถช่วยให้พนักงานรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย คู่ค้าจะมีความมั่นใจต่อ เซ็นทรัล รีเทล ทั้งเรื่องความสามารถในการชำระเงินที่เชื่อถือได้ และความสัมพันธ์ที่มั่นคง ลูกค้าจะได้รับความพึงพอใจและความมั่นใจจากสินค้าและการให้บริการที่มีคุณภาพ รวมถึงความพร้อมของสินค้าที่สม่ำเสมอ ชุมชนท้องถิ่นจะได้รับประโยชน์จากการมีแหล่งรายได้และความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืนจากการร่วมงานกับ เซ็นทรัล รีเทล ส่งเสริมให้ภาครัฐมีรายได้จากภาษีที่มั่นคง นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนจะได้รับประโยชน์จากผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจาก เซ็นทรัล รีเทล ไม่เพียงเท่านั้น ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนยังสามารถมั่นใจได้ว่า เซ็นทรัล รีเทล จะไม่ดำเนินการใดที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในทางกลับกัน ผลกระทบจากการบริหารจัดการความเสี่ยงและการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือวิกฤตที่ไม่มีประสิทธิภาพ อาจทำให้การดำเนินธุรกิจของ เซ็นทรัล รีเทล หยุดชะงัก จนส่งผลให้รายได้ลดลง สินค้าคงคลังเสียหาย และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น

แนวทางการบริหารจัดการ

การกำกับดูแลความเสี่ยง

เซ็นทรัล รีเทล บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบตามกรอบมาตรฐานสากลผ่านคณะกรรมการจัดการต่าง ๆ ซึ่งนโยบายบริหารความเสี่ยงกำหนดให้ความเสี่ยงในการปฏิบัติงานถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบของทุกหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของผู้บริหารในการจัดการ ตอบสนอง และควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และยั่งยืน โดยมีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการนโยบายความเสี่ยง และคณะกรรมการบริษัท เป็นผู้กำกับดูแลภาพรวมของการบริหารความเสี่ยง และติดตามผลของการบริหารความเสี่ยงเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง รวมถึงให้คำแนะนำและสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย และกลยุทธ์ของเซ็นทรัล รีเทล โดยในปี 2023 เซ็นทรัล รีเทล ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการนโยบายความเสี่ยงในทุกไตรมาส และยังได้สรุปรายงานการประชุมพร้อมแจ้งต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบ ทั้งนี้ กระบวนการบริหารความเสี่ยงของเซ็นทรัล รีเทล จะได้รับการตรวจสอบโดยหน่วยงานตรวจสอบภายในของเซ็นทรัล รีเทล รวมถึงได้รับการสอบทานโดยคณะกรรมการตรวจสอบของเซ็นทรัล รีเทล อย่างสม่ำเสมอ

กฎบัตรคณะกรรมการนโยบายความเสี่ยง
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานบริหารความเสี่ยง
แนวปฎิบัติ บทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบของหน่วยงานบริหารความเสี่ยง

นโยบายบริหารความเสี่ยง

เซ็นทรัล รีเทล ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นที่ต้องนำระบบการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหาร เพื่อให้เซ็นทรัล รีเทล บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และมีการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อให้ความเสี่ยงโดยรวมอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ จึงกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยง ดังนี้

  1. กำหนดให้การบริหารความเสี่ยงเป็นความรับผิดชอบของพนักงานในทุกระดับชั้นที่ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่มีในการปฏิบัติงานในหน่วยงานของตนและองค์กร โดยให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้านต่างๆ ได้รับการบริหารจัดการภายใต้การควบคุมภายในอย่างมีระบบ ให้อยู่ในระดับที่เพียงพอและเหมาะสม
  2. ให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กรที่เป็นไปตามมาตรฐานที่ดีตามแนวปฏิบัติสากล เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบกับการดำเนินงานของเซ็นทรัล รีเทล อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการพัฒนาและมีการปฏิบัติงานด้านการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรในทิศทางเดียวกัน โดยนำระบบการบริหารความเสี่ยงมาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจ การวางแผนกลยุทธ์ แผนงาน และการดำเนินงานของเซ็นทรัล รีเทล รวมถึงการมุ่งเน้นให้บรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ที่กำหนดไว้ เพื่อสร้างความเป็นเลิศในการปฏิบัติงานและสร้างความเชื่อมั่นของผู้เกี่ยวข้อง
  3. มีการกำหนดแนวทางป้องกันและบรรเทาความเสี่ยงจากการดำเนินงานของเซ็นทรัล รีเทล เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย หรือความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงการติดตามและประเมินผลการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ
  4. ส่งเสริมและพัฒนาการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ในกระบวนการบริหารความเสี่ยงของเซ็นทรัล รีเทล และสนับสนุนให้บุคลากรทุกระดับสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารการบริหารความเสี่ยงอย่างทั่วถึง ตลอดจนการจัดระบบการรายงานการบริหารความเสี่ยงให้คณะกรรมการนโยบายความเสี่ยงรับทราบอย่างมีประสิทธิภาพ

กระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM)

เซ็นทรัล รีเทล บริหารความเสี่ยงตามมาตรฐาน COSO ERM 2017 ที่ใช้แนวทางบูรณาการกระบวนการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร โดยครอบคลุมแนวคิด ดังนี้

การกํากับดูแล และวัฒนธรรม
  • จัดทําโครงสร้างและกําหนดหน้าที่ความรับผิดชอบต่อการจัดการความเสี่ยง
  • สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตระหนักถึงความเสี่ยง
กลยุทธ์ และ การกําหนดวัตถุประสงค์
  • วางแผนกลยุทธ์ที่บูรณาการด้านความเสี่ยง
  • พัฒนากลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงในระดับที่ยอมรับได้
ผลการปฏิบัติงาน
  • กําหนดและประเมินระดับความเสี่ยง
  • จัดลําดับความสําคัญของผลกระทบและโอกาส
การสอบทาน และการแก้ไขปรับปรุง
  • ตรวจสอบผลการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ
  • ทบทวนการบริหารความเสี่ยงเพื่อแก้ไขและปรับปรุง
สารสนเทศ การสื่อสาร และการรายงาน
  • ประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารความเสี่ยง
  • จัดทําการสื่อสาร และรายงานเพื่อสร้างความเข้าใจอย่างเหมาะสม

เซ็นทรัล รีเทล ได้ระบุและประเมินความเสี่ยง รวมถึงความเสี่ยงด้าน ESG ที่เป็นความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจที่กระทบความสามารถในการบรรลุกลยุทธ์ขององค์กร และวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ จึงได้จัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงตั้งแต่ระดับ ต่ำ ปานกลาง และสูง โดยกำหนดเกณฑ์ในด้านผลกระทบ (Impact) และความน่าจะเป็น (Likelihood) โดยในปี 2566 ได้กำหนดไว้ดังนี้

ตารางประเมินระดับความเสี่ยง

ระดับความเสี่ยง เกณฑ์การประเมินผลกระทบ เกณฑ์การประเมินโอกาสเกิด

ระดับความเสี่ยงสูง (ไม่สามารถยอมรับได้)

จําเป็นที่จะต้องบริหารจัดการทันทีและติดตาม รวมถึงรายงานผลการดําเนินการแก่ผู้บริหารระดับสูง

ผลกระทบในด้านต่าง ๆ ที่บริษัทฯ กําาหนดอยู่ในเกณฑ์สูง

โอกาสเกิดขึ้นสูง

ระดับความเสี่ยงปานกลาง (สามารถยอมรับได้)

เจ้าของความเสี่ยงจําเป็นที่จะต้องควบคุมและติดตามอย่างสม่ำเสมอ หรือสรรหามาตรการ ควบคุมความเสี่ยงเพิ่มเติมเพื่อลดระดับโอกาส หรือระดับผลกระทบลง

ผลกระทบในด้านต่าง ๆ ที่บริษัทฯ กําหนดอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง

โอกาสเกิดขึ้นปานกลาง

Low Risk (Acceptable)

ความเสี่ยงถูกควบคุมด้วยมาตรการควบคุมที่มีอยู่อย่างเพียงพอ เจ้าของความเสี่ยงจําเป็นที่จะต้องติดตามประสิทธิผลของการควบคุมและตัวชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicator: KRI) เป็นประจํา

ผลกระทบในด้านต่าง ๆ ที่บริษัทฯ กําหนดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ

โอกาสเกิดขึ้นต่ำ
รายการความเสี่ยง คำอธิบาย ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ดัชนีชี้วัดความเสี่ยงสำคัญ การบรรเทาความเสี่ยง

ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์:

S1 ความเสี่ยงจากความผันผวนของสภาพเศรษฐกิจระดับมหภาค

มีโอกาสที่เศรษฐกิจระดับมหภาคจะผันผวนเกินกว่าที่คาดการณ์ อันอาจทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภค หรือต้นทุนในการดำเนินธุรกิจไม่เป็นไปตามที่พยากรณ์ ซึ่วอาจส่งผลให้ยอดขายหรือกำไรของธุรกิจอาจต่ำกว่าระดับที่ยอมรับได้ เซ็นทรัล รีเทลยอมรับผลกระทบที่เกิดจากความผันผวนของสภาพเศรษฐกิจได้ไม่เกิน 5% ของเป้าหมายทางการเงิน
  • อัตราเงินเฟ้อ
  • GDP
  • อัตราแลกเปลี่ยน
  • อัตราดอกเบี้ยนโยบาย
  • ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
  • ปริมาณนักท่องเที่ยว
  • หนี้ครัวเรือน
  • กระตุ้นยอดขายและขยายฐานลูกค้าในทุกช่องทาง
  • เปิดสาขาใหม่เฉพาะทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพในการเติบโต
  • เพิ่มผลกำไรและผลตอบแทนด้วยการมุ่งเน้นที่ 3C (Cost, Cash, Capex)

ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน:

O1 ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง

มีแนวโนมการบริหารสินค้าคงคลังจะมีประสิทธิภาพต่ำกว่าระดับที่ยอมรับได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาระทางการเงิน และผลกระทบที่มีต่อการขายและการส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้า อันอาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียโอกาสในการขาย และชื่อเสียงภาพลักษณ์ขององค์กร เซ็นทรัล รีเทลยอมรับผลกระทบที่เกิดจากประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารสินค้าคงคลังได้ไม่เกิน 5% ของเป้าหมาย
  • Inventory day
  • Obsolescence
  • ประยุกต์ใช้การทำ Data analytics สำหรับการบริหารสินค้าคงคลัง
  • จัดทำ Sales Promotion
  • มีการทบทวนและปรับปรุงผังการจัดวางสินค้า (Planogram) เป็นประจำ

ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับ:

C2 ความเสี่ยงด้านการทุจริตและคอร์รัปชัน

ความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริต คอร์รัปชั่น หรือใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตน อันอาจเป็นเหตุให้บริษัทฯ ได้รับผลกระทบทางกฎหมาย ทางด้านการเงิน ทางด้านชื่อเสียง และอาจถึงขั้นการดำเนินกิจกรรมสำคัญทางธุรกิจหยุดชะงัก aspects of Central Retail. ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทฯ ไม่ยอมรับความเสี่ยงใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต คอร์รัปชัน และการละเมิดกฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
  • จำนวนครั้งที่เกิดเหตุการณ์ทุจริต คอร์รัปชั่น
  • ประสิทธิภาพของกระบวนการควบคุม
  • การควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ: บริษัทฯ มีนโยบายที่ชัดเจน และกระบวนการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ ซึ่งได้รับการกำกับดูแลโดยคณะกรรมการและคณะทำงานที่มีศักยภาพ
  • การเสริมสร้างวัฒนธรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม: บริษัทฯ มีนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และค่านิยมองค์กรใน ด้านจริยธรรมซึ่งได้รับการสื่อสารอย่างทั่วถึงแก่พนักงานทุกระดับ
  • บริษัทฯ มีช่องทางการร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ
  • บริษัทฯ มีการติดตามดูแลกิจกรรมต้องสงสัยในทุกหน่วยธุรกิจ

วัฒนธรรมความเสี่ยง

เซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมวัฒนธรรมความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ครอบคลุมบุคลากรที่สำคัญของเซ็นทรัล รีเทล ดังนี้

1. ระดับกรรมการ และผู้บริหารระดับสูง : จัดให้มีการเชิญวิทยากรจากสถาบันต่างๆ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารความเสี่ยง มาจัดบรรยายพิเศษเพื่อร่วมแบ่งปันข้อมูล และแนวโน้มความเสี่ยงที่สำคัญ เพื่อเสริมสร้างทักษะและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงให้แก่ผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการเซ็นทรัล รีเทล

2. ระดับพนักงาน: จัดให้มีการฝึกอบรมออนไลน์ผ่านหลักสูตร E-learning ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงเบื้องต้น เพื่อเสริมสร้างความตระหนักในเรื่องความเสี่ยงให้แก่พนักงานทุกระดับ เช่น

i. ความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน
ii. การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น

นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังได้กำหนดให้ผลการบริหารความเสี่ยงเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (Key Performance Indicator: KPI) ในการประเมินผลงานประจำปีให้แก่พนักงานและผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับผิดชอบต่องานด้านการบริหารความเสี่ยง เช่น มีการริเริ่มนำผลการบริหารความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและอาชีวอานามัย (Health & Safety Risk) เป็นหนึ่งใน KPI ของคณะทำงานด้านความปลอดภัยคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน (Occupational Safety, Health and Work Environment Committee: OHS) ในบางหน่วยธุรกิจ ไม่เพียงเท่านั้น เซ็นทรัล รีเทล ยังให้ความสำคัญกับปัจจัยความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกิดจากการพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ หรือการนำอุปกณ์ เครื่องมือ หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกับการดำเนินธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล เช่น ความเสี่ยงจากที่หน่วยธุรกิจไม่สามารถขยายสาขาได้ตามเป้า ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากการปรับปรุงหรือการ Renovate ความเสี่ยงจากการพัฒนาธุรกิจใหม่ (New Business Model) โดยเซ็นทรัล รีเทล ได้มีการกำหนดกรอบและแนวทางการบริหารความเสี่ยงโครงการและมีการกำหนด New Business Checklist เพื่อให้ธุรกิจใหม่ (New Business Model) เช่น Tops Care, Tops vita, Pet & Me ใช้เป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยง

โครงการสำคัญ

ฝึกอบรมหลักสูตร GRC (การกำกับดูแล ความเสี่ยง และการปฏิบัติตามข้อกำหนด) ให้แก่คณะกรรมการบริษัทฯ

ในปี 2566 เซ็นทรัล รีเทล ได้จัดอบรมให้กับคณะกรรมการบริษัทฯ และผู้บริหารระดับสูง เพื่อให้เข้าใจถึงหลักการและการประยุกต์ใช้ GRC โดยมีบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ เป็นผู้บรรยาย ให้ความรู้ แบ่งปันความเชี่ยวชาญ

การฝึกอบรมการบริหารความเสี่ยง

ในปี 2566 เซ็นทรัล รีเทล ได้มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างทักษะและองค์ความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยงให้แก่ Risk Management Working Team ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ Risk Management Working Team สามารถระบุ วิเคราะห์ ประเมิน และวางแผนบริหารความเสี่ยงได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตามกรอบมาตรฐานสากลของการบริหารความเสี่ยง

คู่มือการบริหารความเสี่ยง

เซ็นทรัล รีเทล ได้เปิดตัวคู่มือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้พนักงานมีความรู้และทักษะในการระบุ ประเมิน และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในบทบาทหน้าที่ของพนักงาน คู่มือการบริหารความเสี่ยงสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกผ่านระบบอินทราเน็ต และสื่อสารไปยังหน่วยงานที่ขับเคลื่อนการบริหารความเสี่ยง รวมถึง คณะกรรมการนโยบายความเสี่ยง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ผู้ดูแลการบริหารความเสี่ยงประจำหน่วยงาน/หน่วยธุรกิจ และเจ้าของความเสี่ยง

ความเสี่ยงอุบัติใหม่

เซ็นทรัล รีเทล ระบุและประเมินความเสี่ยงอุบัติใหม่อย่างต่อเนื่อง ที่มีผลกระทบในระดับต่ำและอาจขึ้นในระยะสั้น ที่อาจพัฒนาจนกลายเป็นความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญในระยะยาว เซ็นทรัล รีเทล ได้ระบุเรื่องวิกฤตค่าครองชีพและการก่อการร้ายเป็นความเสี่ยงสำคัญที่เกิดขึ้นใหม่ตามบริบทของ เซ็นทรัล รีเทล ซึ่งสอดคล้องกับรายงานความเสี่ยงทั่วโลกของ World Economic Forum Global Risks Report 2023 ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เซ็นทรัล รีเทล จึงได้ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ความยืดหยุ่น

ความเสี่ยงที่เกิดจากวิกฤตค่าครองชีพ

ประเภท ด้านสังคม
คำอธิบาย

วิกฤตค่าครองชีพถือเป็นความเสี่ยงทางสังคมที่ติด 10 อันดับแรกในการจัดอันดับความเสี่ยงทั่วโลก และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรง ส่งผลให้ประชาชนมีความระมัดระวังการอุปโภคบริโภคมากขึ้น โดยเน้นเฉพาะกลุ่มสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันเท่านั้น อีกทั้งการเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะความผันผวนของราคาพลังงานและราคาสินค้าจนนำไปสู่การกระตุ้นให้มีการปรับอัตราดอกเบี้ย เสี่ยงต่อปัญหาหนี้สิน และการวางแผนการคลังของประเทศ

อ้างอิง:

https://www3.weforum.org/docs/WEF_Global_Risks_Report_2023.pdf

ผลกระทบ

การเพิ่มขึ้นของต้นทุนสินค้าและบริการ ไม่เพียงแต่ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานของ เซ็นทรัล รีเทล เพิ่มขึ้น แต่ยังเพิ่มค่าครองชีพอีกด้วย ซึ่งไม่สัมพันธ์กับรายได้ครัวเรือนและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ซบเซา ที่อาจส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ในขณะเดียวกันธุรกิจค้าปลีกก็มีการแข่งขันที่สูงขึ้นจากตลาดค้าปลีกและออนไลน์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและรายได้ของ เซ็นทรัล รีเทล

ในระยะสั้น นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ อาจส่งผลกระทบเชิงบวกให้กับธุรกิจค้าปลีกได้ แต่รายละเอียดเงื่อนไขบางอย่างอาจเป็นอุปสรรคต่อสิทธิประโยชน์ต่อธุรกิจ

ช่วงระยะเวลา 2557 - 2559
มาตรการตอบสนองต่อความเสี่ยง
  • การขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ตามยุทธศาสตร์ CRC Retailligence และสร้างรากฐานในการบริหารสถานะทางการเงินโดยยึดหลัก 3C (Cost, CAPEX และ Cash Flow)
  • การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้บริโภค การพัฒนา Central Retail Ecosystem และการพัฒนา Next-Gen Omnichannel Platform เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งเฉพาะบุคคล (Ultra Personalization) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในการเชื่อมต่อการช้อปปิ้งให้ต่อเนื่อง ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์
  • การบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการสินค้า ค่าใช้จ่ายด้านการส่งเสริมการขายให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า และการใช้นวัตกรรมเพื่อประหยัดพลังงานภายในบริษัทฯ
  • การเพิ่มอัตราการทำกำไรในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง เช่น การสั่งซื้อสินค้าร่วมกันเพื่อให้ได้ต้นทุนที่เหมาะสม
  • การปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงินให้เหมาะสมกับความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย
  • การสร้างแรงดึงดูดให้กับลูกค้า และการสร้างยอดขายให้เติบโตด้วยการเปิดสาขาใหม่ ปรับปรุงสาขาเดิม โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าให้ทันสมัยครอบคลุมการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เวียดนาม และอิตาลี

ความเสี่ยงที่เกิดจากการก่อการร้าย

ประเภท Geopolitical
คำอธิบาย

จากการสำรวจ Global Terrorism Index (GTI) ประจำปี 2565 ซึ่งเป็นผลการสำรวจการก่อการร้ายใน 163 ประเทศที่จัดทำโดยสถาบันเศรษฐกิจและสันติภาพ (IEP) พบว่า GTI ของประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 26 ของโลก เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ถึง 4 อันดับ บ่งชี้ว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อการก่อการร้ายมากขึ้น

อ้างอิง:

https://www.visionofhumanity.org/maps/global-terrorism-index/#/

ผลกระทบ

จากดัช GTI แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีแนวโน้มความเสี่ยงต่อการก่อการร้ายที่สูงขึ้น ที่ปรากฏในหลายรูปแบบ อย่างเช่น ความเครียดและพฤติกรรมรุนแรงในที่สาธารณะที่บ่อยมากขึ้น ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์กราดยิงเกิดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าในใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อเดือนตุลาคม 2566

เหตุการณ์ก่อการร้ายดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และอาจส่งผลเสียต่อห้างสรรพสินค้าและชื่อเสียง หากไม่สามารถปฎิบัติมาตรการตอบสนองได้ทันและรวดเร็ว อีกทั้งส่งผลต่อความมั่นใจและประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้า เพราะรู้สึกหวาดกลัวและไม่มั่นคง

นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังมีห้างสรรพสินค้าหลายแห่งในทำเลใจกลางเมืองซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เหตุการณ์การก่อการร้าย อาจทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ลดลงและส่งผลให้ยอดขายและรายได้ของ เซ็นทรัล รีเทล

ช่วงระยะเวลา 2557 - 2559
มาตรการตอบสนองต่อความเสี่ยง
  • การดำเนินงานที่บริษัทฯ กำหนดไว้เป็นแนวปฎิบัติพื้นฐาน: ในช่วงเดือนมีนาคม 2566 คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้บริษัทฯ เตรียมความพร้อมและจัดทำแผนรองรับเหตุการณ์กราดยิงโดยให้หน่วยธุรกิจที่มีพื้นที่ที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนและร่วมซ้อมแผนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่น หน่วยธุรกิจ CDS ได้จัดซ้อมแผนครบ 100% ในช่วงเดือน 2566 และสำหรับหน่วยธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเจ้าของพื้นที่ (เซ็นทรัลพัฒนา) จะมีการดำเนินงานตามแผนของเจ้าของพื้นที่ ตลอดจนการซื้อกรมธรรม์ประกันภัยครอบคลุมความเสียหายในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • การดำเนินงานที่ตอบสนองทันทีในช่วงที่เกิดเหตุการณ์: บริษัทฯ ได้ออกประกาศ ‘วิธีการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์กราดยิง’ ให้แก่พนักงาน และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น เซ็นทรัลเวิลด์ และ เซ็นทรัลพัฒนา ได้ออกประกาศเพิ่มเติม เกี่ยวกับการยกระดับการรักษาความปลอดภัยภายในศูนย์การค้า ประกอบด้วย การติดตั้งจุดตรวจสอบกระเป๋าและสัมภาระลูกค้าบริเวณประตูทางเข้า การตรวจตราความปลอดภัยผ่านระบบกล้องวรจรปิดของศูนย์การค้า การจัดเตรียมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราภายในศูนย์การค้าเพื่อช่วยเหลือลูกค้าและพนักงานร้านค้าหากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ และความพร้อมของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ผ่านการฝึกอบรมในการระงับเหตุร้ายทุกรูปแบบ