โครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับห้างสรรพสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า

เซ็นทรัล รีเทล มีความมุ่งมั่นในการใช้พลังงานสะอาดและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาของห้างสรรพสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดต้นทุน ค่าใช้จ่ายพลังงานในปี 2567 เซ็นทรัล รีเทล ได้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แล้วทั้งสิ้น 160 แห่ง โดยในประเทศไทยมีการติดตั้งโซลาร์เซลล์จำนวน 137 แห่ง ครอบคลุมหน่วยธุรกิจ ได้แก่ ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต โก โฮลเซลล์ ไทวัสดุ และศูนย์กระจายสินค้า และประเทศเวียดนาม จำนวน 23 แห่ง ครอบคลุมหน่วยธุรกิจได้แก่ ศูนย์การค้า Go! Minigo! ซูเปอร์มาร์เก็ต และลานซี มาร์ท โดยโครงการนี้สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ถึง 166,565 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (599,634 กิกะจูล) ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 86,580 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้กว่า 647 ล้านบาทต่อปี

ในปี 2568 เซ็นทรัล รีเทล สามารถขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนจากระบบโซลาร์เซลล์อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมสถานประกอบการรวม 184 แห่ง โดยในประเทศไทยมีการติดตั้งโซลาร์เซลล์จำนวน 152 แห่ง ครอบคลุมหน่วยธุรกิจ ได้แก่ ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต โก โฮลเซลล์ ไทวัสดุ และศูนย์กระจายสินค้า และประเทศเวียดนาม จำนวน 32 แห่ง ครอบคลุมหน่วยธุรกิจ ได้แก่ ศูนย์การค้า Go! Mini go! ซูเปอร์มาร์เก็ต และลานชี มาร์ท ส่งผลให้เซ็นทรัล รีเทล สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้ถึง 204,818 เมกะวัตต์-ชั่วโมง การดำเนินการดังกล่าวช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 102,389 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้กว่า 766 ล้านบาทต่อปี

โครงการส่งเสริมการขนส่งและการเดินทางที่ยั่งยืน

เซ็นทรัล รีเทล ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานสะอาดในระบบโลจิสติกส์ โดยมีการใช้รถบรรทุกไฟฟ้าทั้งสิ้น 28 คัน ครอบคลุม ศูนย์กระจายสินค้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ศูนย์กระจายสินค้าท็อปส์ และศูนย์กระจายสินค้าไทวัสดุ และใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จำนวน 48 คัน สำหรับกระจายสินค้าจากศูนย์ค้าส่ง โก โฮลเซลล์ ไปยังลูกค้า โดยสามารถลดการใช้น้ำมันดีเซลได้ 661,806 ลิตรต่อปี และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 1,740 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

ในปี 2568 เซ็นทรัล รีเทล สามารถขยายรถบรรทุกไฟฟ้าทั้งสิ้น 50 คัน ครอบคลุมศูนย์กระจายสินค้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ศูนย์กระจายสินค้าท็อปส์ และศูนย์กระจายสินค้าไทยวัสดุ และใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและรถสามล้อไฟฟ้ารวม 94 คัน สำหรับกระจายสินค้าจากศูนย์ค้าส่ง โก โฮลเซลล์ ไปยังลูกค้า จากการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในหน่วยงานต่าง ๆ สามารถลดการใช้น้ำมันดีเซลได้ 1,023,209 ลิตรต่อปี และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 2,706 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังขยายการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ โดยนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในงานตรวจการณ์ความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านจราจร รวมถึงใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (รถกอล์ฟ) สำหรับบริการลูกค้าในลานจอดรถ

โครงการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

เซ็นทรัล รีเทล สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของพนักงานและลูกค้า โดยได้ติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Stations) ครอบคลุมศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม โดยในปี 2567 เซ็นทรัล รีเทล มีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งสิ้น 63 สถานี สามารถรองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมกันได้ 795 คัน และในปี 2568 เซ็นทรัล รีเทล มีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งสิ้น 69 สถานี สามารถรองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมกันได้ 458 คัน โครงการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเซ็นทรัล รีเทล ในการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจก และขับเคลื่อนการเดินทางอย่างยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์เทรนด์อนาคตและไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โครงการติดตั้งระบบควบคุมการจัดการเครื่องทำความเย็น และระบบบริหารจัดการพลังงาน

เซ็นทรัล รีเทล ติดตั้งระบบควบคุมการจัดการเครื่องทำความเย็น (Chiller Plant Manager System: CPMS) และระบบบริหารจัดการข้อมูลด้านพลังงาน (Energy Management Information System: EMIS) โดยเทคโนโลยีนี้ช่วยตรวจสอบและจัดการเครื่องทำความเย็นสำหรับระบบปรับอากาศในห้างสรรพสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจัดเก็บข้อมูลการใช้พลังงานในห้างสรรพสินค้า เช่น เครื่องทำความเย็น ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง และเครื่องปรับอากาศ เพื่อระบุพื้นที่ที่มีการใช้พลังงานสูง ช่วยให้สามารถวางแผนการลดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2567 ได้มีการติดตั้งระบบ CPMS และ EMIS ที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ จำนวน 10 สาขา สามารถลดการใช้พลังงานได้ 2,710 เมกะวัตต์-ชั่วโมง หรือ 9,756 กิกะจูล คิดเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1,355 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า รวมทั้งลดต้นทุน ด้านพลังงานได้ประมาณ 11.4 ล้านบาทต่อปี

ในปี 2568 ได้มีการติดตั้งระบบ CPMS และ EMIS ที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ จำนวน 18 สาขา สามารถลดการใช้พลังงานได้ 4,342 เมกะวัตต์-ชั่วโมง หรือ 15,631 กิกะจูล คิดเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2,171 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า รวมทั้งลดต้นทุนด้านพลังงานได้ประมาณ 18.3 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสันได้ติดตั้ง ระบบ Building Automation System (BAS) ในทุกศูนย์การค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานและควบคุมระบบอาคารแบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีนี้ช่วยตรวจสอบและบริหารจัดการระบบไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำความเย็นแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานและต้นทุนในการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ

โครงการตู้เย็นประหยัดพลังงาน

เซ็นทรัล รีเทล ได้ติดตั้งตู้เย็นประหยัดพลังงานและใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จำนวน 2,163 เครื่อง รวม 246 สาขา ครอบคลุมหน่วยธุรกิจ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล และโก โฮลเซลล์ ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานได้กว่า 17,485 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (62,946 จิกะจูล) ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 8,741 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และในปี 2568 ได้ติดตั้งตู้เย็นประหยัดพลังงานและใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จำนวน 2,373 เครื่อง ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดการใช้พลังงานได้กว่า 19,183 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (69,057 กิกะจูล) และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 9,590 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

โครงการโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์

โรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือ เซ็นทรัล รีเทล ติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ 26 สาขา สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือการปลูกต้นไม้ 60,000 ต้น พร้อมเป็นศูนย์การค้าแรกในไทยที่ติดตั้งระบบ ESS และศึกษาต่อยอดพลังงานสะอาด