การกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจ

ความสำคัญ

การกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นความท้าทายสำคัญของทุกองค์กร การรักษามาตรฐานด้านจรรยาบรรณและการกำกับดูแลที่ดีไม่เพียงช่วยสร้างความโปร่งใสและลดความเสี่ยงจากการทุจริต แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียภายในองค์กร ได้แก่ ผู้ถือหุ้นได้รับความคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ พนักงานได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม และมีโอกาสในการเติบโตอย่างมั่นคง หรือผู้มีส่วนได้เสียภายนอกองค์กร เช่น คู่ค้าได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ลูกค้ามั่นใจในผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน ขณะที่ชุมชนและภาครัฐได้รับการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างมีความรับผิดชอบ ผลลัพธ์เหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจ เพิ่มมูลค่าให้แก่องค์กร และสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ นอกจากนี้ ระบบควบคุมภายในที่เข้มแข็งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันปัญหาการประพฤติมิชอบ ลดข้อพิพาททางกฎหมาย และช่วยรักษาชื่อเสียงขององค์กร ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในการเติบโตและสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืน

เซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย บนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ โดยกำหนดนโยบายต่าง ๆ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน พร้อมทั้งดำเนินมาตรการป้องกันและจัดฝึกอบรมพนักงานเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ด้วยความมุ่งมั่นดังกล่าว ทำให้ เซ็นทรัล รีเทล ได้รับความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้เสีย ส่งผลให้เกิดความพึงพอใจต่อแบรนด์ ขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน และดึงดูดรวมถึงรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนขององค์กร

แนวทางการบริหารจัดการ

เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม อันเป็นรากฐานสำคัญในการกำกับดูแลกิจการที่ดี เซ็นทรัล รีเทล จึงเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัท ซึ่งประกอบด้วยกรรมการที่มีทักษะความรู้ ความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย และมีประสบการณ์การทำงานด้านธุรกิจค้าปลีก

นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ได้จัดตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน เพื่อกำกับดูแลการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและจรรยาบรรณธุรกิจให้มีประสิทธิผล ตลอดจนมีการบูรณาการที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งให้คำแนะนำและแนวทางในการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่องอีกทั้งยังจัดตั้งคณะกรรมการด้านความยั่งยืนในระดับจัดการ เพื่อกำกับดูแลประเด็นด้านความยั่งยืนขององค์กร และสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนในการขับเคลื่อนกลยุทธ์และแผนงานด้านความยั่งยืน ครอบคลุมมิติด้านธรรมาภิบาล สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่บริษัทฯ

โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ

(ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569)

นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ได้กำหนดนโยบายเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมในทุกมิติ โดยได้จัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อเป็นแนวปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นพื้นฐานสำหรับการตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย และเพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบ เซ็นทรัล รีเทล ได้กำหนดนโยบายการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิด ซึ่งเป็นช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสียรายงานการทุจริตหรือพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับจรรยาบรรณ พร้อมทั้งกำหนดมาตรการคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ร้องเรียนหรือผู้แจ้งเบาะแส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายสามารถเสนอข้อร้องเรียนได้อย่างเต็มที่ ระบบนี้มุ่งส่งเสริมวัฒนธรรมความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมยิ่งขึ้น

องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท

กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
2
คน
กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
15
คน
กรรมการอิสระ
6
คน
กรรมการเพศหญิง
4
คน

เซ็นทรัล รีเทล กำหนดโครงสร้าง องค์ประกอบ และคุณสมบัติของคณะกรรมการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการประกอบธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล โดยประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติหลากหลายด้านทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ รวมถึงเพศและอายุ เพื่อเสริมสร้างมุมมองเชิงกลยุทธ์ที่รอบด้านและการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ปัจจุบันคณะกรรมการมีจำนวน 17 คน แบ่งเป็นกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 15 คน กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 2 คน และกรรมการอิสระจำนวน 6 คนซึ่งมีคุณสมบัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระตามที่เซ็นทรัล รีเทล กำหนดไว้ซึ่งเข้มกว่าคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการกำกับดูแลกิจการและการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่เกี่ยวข้อง ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง ซื่อสัตย์สุจริต เพื่อรักษาสิทธิและคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเซ็นทรัล รีเทล และผู้ถือหุ้นทุกราย อย่างไรก็ตาม แม้การกระทำดังกล่าวจะ อยู่ภายใต้กรอบที่ถูกต้องและมีเจตนาเพื่อประโยชน์ของเซ็นทรัล รีเทล แต่ก็ยังอาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย และอาจเป็นเหตุให้กรรมการถูกฟ้องร้องให้รับผิดเป็นการส่วนตัวได้ ทั้งนี้ กรรมการของเซ็นทรัล รีเทล และบริษัทย่อย รับทราบว่าตนมีความรับผิดไม่จำกัด โดยหากเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เซ็นทรัล รีเทล และบริษัทย่อยจะให้ความคุ้มครองและดูแลอย่างเต็มที่ในการดำเนินการต่าง ๆ

คู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณองค์กร

เพื่อให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้องของ เซ็นทรัล รีเทล ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีจริยธรรม โปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เซ็นทรัล รีเทล จึงได้จัดทำคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณองค์กร ซึ่งรวบรวมนโยบายและแนวปฏิบัติในหัวข้อต่าง ๆ เช่น หลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ช่องทางการแจ้งเบาะแส กระบวนการปฏิบัติตามกฎระเบียบ แนวปฏิบัติสำหรับกรรมการและผู้บริหาร และนโยบายและแนวปฏิบัติอื่น ๆ ตามหลักการกำกับดูแลกิจการ ที่ดี ซึ่งกำหนดให้มีการทบทวนโดยคณะกรรมการบริษัทผ่านคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ คู่มือดังกล่าวสามารถดาวน์โหลดได้บนเว็บไซต์ของ เซ็นทรัล รีเทล และมีการสื่อสารให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนของเซ็นทรัล รีเทล ทราบผ่านระบบอินทราเน็ต อีเมล การจัดอบรม รวมทั้งให้มีการ ลงนามรับทราบและถือปฏิบัติตามคู่มืออย่างเคร่งครัด

คู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณองค์กร

แนวปฏิบัติต่อการกระทำผิดของพนักงาน

กรณีพนักงานไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณจะถูกสอบสวนและพิจารณาโทษทางวินัยตามข้อบังคับการทำงานของ เซ็นทรัล รีเทล ซึ่งรวมถึงการเลิกจ้างและอาจถูกดำเนินการทางกฎหมาย นอกจากนี้ การสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำผิดจรรยาบรรณ การละเว้น หรือเพิกเฉยเมื่อพบเห็นการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ หรือการขัดขวางกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริง และการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อผู้ให้ข้อเท็จจริง ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณเช่นกัน

กรณีพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต การให้และรับสินบน และการฉ้อโกง จะถูกลงโทษทางวินัยโดยการให้พ้นสภาพการเป็นพนักงาน โดยผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนจะได้รับการแจ้งให้ทราบถึงกระบวนการและผลการตรวจสอบ รวมทั้งมาตรการแก้ไข และพนักงานต้องรับผิดชอบในการเยียวยาค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งเซ็นทรัล รีเทล จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับกรณีที่มีการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า เซ็นทรัล รีเทล จะติดต่อลูกค้าเพื่อขออภัย ชี้แจงและชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น

เพื่อเป็นการป้องกันการทุจริต การให้และรับสินบน และการฉ้อโกง เซ็นทรัล รีเทล ได้กำหนดมาตรการป้องกันการกระทำผิด รวมถึงการปรับปรุงระบบควบคุมภายใน และเพิ่มการฝึกอบรมด้านจรรยาบรรณธุรกิจ เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำผิดในอนาคต

เซ็นทรัล รีเทล มีการทบทวนนโยบาย ขั้นตอนการปฏิบัติงาน และคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณองค์กรเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจได้ว่า สอดคล้องตามแนวปฏิบัติที่ดีและมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยพนักงานทุกคนจะได้รับแจ้งการแก้ไขผ่านทางอีเมลและอินทราเน็ต

นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
นโยบายการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิด

โครงการสำคัญ

บริษัทในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้รับการรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชั่นของภาคเอกชนไทย (CAC)

บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด และบริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ได้รับการรับรองในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ผ่านการสนับสนุนของ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ได้เข้าร่วมโครงการพิเศษแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชั่นของภาคเอกชนไทย (CAC Change Agent) เซ็นทรัล รีเทล เข้าร่วมโครงการ CAC เพื่อส่งเสริมมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นใน จริยธรรมและความซื่อสัตย์ ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ

การสื่อสารและฝึกอบรมเกี่ยวกับจรรยาบรรณองค์กร

เซ็นทรัล รีเทล ได้สื่อสารหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณองค์กรแก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและบทบาทในการรักษามาตรฐานจรรยาบรรณ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย อาทิ การประชุม อีเมล สื่อประชาสัมพันธ์ภายใน คลิปวิดีโอ กิจกรรม Corporate Governance Day สื่อโซเชียล เช่น Line Group, Microsoft Teams, Viva Engage และเว็บไซต์ภายในของเซ็นทรัล รีเทล ตลอดจนได้จัดทำหลักสูตรฝึกอบรมและแบบทดสอบ Code of Conduct ซึ่งครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่ จรรยาบรรณในการทำงาน การใช้ข้อมูลภายในของเซ็นทรัล รีเทล (Insider Trading) การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (Anti-Corruption) สิทธิมนุษยชน (Human Rights) การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และการรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูลสารสนเทศ เป็นต้น โดยในปี 2568 คณะกรรมการร้อยละ 100 และพนักงานในประเทศไทยร้อยละ 99 แบ่งเป็นระดับบริหารร้อยละ 97 และพนักงานทั่วไปร้อยละ 99 รับทราบและเข้าอบรมหลักสูตร โดยผู้เข้าร่วมร้อยละ 100 ผ่านการทดสอบ

อีกทั้งได้จัดให้มีการฝึกอบรมที่ครอบคลุมแก่พนักงานเกี่ยวกับแนวทางการแจ้งเบาะแส ของเซ็นทรัล รีเทล การฝึกอบรมนี้จะอธิบายขั้นตอนที่พนักงานต้องปฏิบัติตามเมื่อต้องการยื่นเรื่องร้องเรียน ซึ่งรวมถึงข้อกำหนดในการให้รายละเอียดและหลักฐานประกอบที่ครบถ้วน นอกจากนี้ยังชี้แจงอย่างชัดเจนว่า การกระทำใดถือเป็นการละเมิดและสิ่งใดที่ไม่ใช่ เพื่อให้พนักงานมีความเข้าใจที่ถูกต้องแม่นยำ การฝึกอบรมนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับช่องทางการแจ้งเบาะแสอย่างเป็นทางการของเซ็นทรัล รีเทล และให้คำแนะนำแก่พนักงานเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงและใช้ช่องทางเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรื่องราวของเรา