การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
ความสำคัญ
การดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญต่อการเคารพและคุ้มครองสิทธิแรงงานและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและข้อร้องเรียนที่อาจเกิดขึ้นจนนำไปสู่การสูญเสียทางธุรกิจ เช่น การปฏิบัติด้านแรงงานที่ไม่เป็นธรรม การใช้แรงงานเด็ก และการใช้แรงงานบังคับ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเป็นธรรม การจ่ายค่าจ้างที่เป็นธรรม ค่าตอบแทนที่เพียงพอและเท่าเทียมสำหรับทุกเพศ และความเท่าเทียมในสถานที่ทำงาน โดยครอบคลุมถึงพนักงาน ผู้รับเหมา คู่ค้าและกิจการร่วมค้า
เซ็นทรัล รีเทล ให้ความสำคัญต่อการเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยดำเนินธุรกิจตามหลักจรรยาบรรณองค์กร กฎหมาย ข้อบังคับ และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนส่งเสริมความหลากหลาย ความเสมอภาค และการอยู่ร่วมกัน (DEI) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและนวัตกรรมใหม่ ๆ จากมุมมองที่หลากหลายของพนักงาน โดยกำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนที่เน้นย้ำถึงการต่อต้านการเลือกปฏิบัติและการคุกคามในทุกรูปแบบ พร้อมมุ่งมั่นปกป้องพนักงานทุกระดับจากการเลือกปฏิบัติ การข่มขู่ และการล่วงละเมิดทั้งทางเพศและในรูปแบบอื่น ๆ เรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการที่เชื่อมโยงและลดความแตกต่างของพนักงาน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการเป็นสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม (A Great Place to Work) นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังได้ดำเนินการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ทั้งที่เกิดขึ้นจริงและที่อาจเกิดขึ้น โดยครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินมาตรการเชิงรุกและแนวทางแก้ไขที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
แนวทางการบริหารจัดการ
โครงสร้างการกำกับดูแลด้านสิทธิมนุษยชน
นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของ เซ็นทรัล รีเทล สอดคล้องกับหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) โดยครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดและให้ความสำคัญกับประเด็นต่าง ๆ เช่น การบังคับใช้แรงงาน การค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็ก การจำกัดสิทธิในการรวมกลุ่มเพื่อการเจรจาต่อรอง การจ่ายค่าตอบแทนอย่างไม่เป็นธรรม รวมถึงการเลือกปฏิบัติและการถูกคุกคามในทุกรูปแบบ ในระดับบริหาร คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน มีหน้าที่กำกับดูแลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (HRRA) และการตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ตลอดจนทบทวนและรับรองนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและเอกสารที่เกี่ยวข้อง การจัดการด้านสิทธิมนุษยชนเป็นความร่วมมือระหว่างฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายบริหารความเสี่ยง ฝ่ายการพัฒนาความยั่งยืน และฝ่ายการจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยมีการประสานงานกับหน่วยธุรกิจต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยวัฒนธรรมองค์กรของเซ็นทรัล รีเทล สนับสนุนหลักการสิทธิมนุษยชน ห้ามไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติและการคุกคามในทุกรูปแบบอย่างชัดเจน และสื่อสารหลักการเหล่านี้ผ่านการฝึกอบรมต่าง ๆ
| โครงสร้าง | หน้าที่และความรับผิดชอบ |
|---|---|
|
Board-Level
|
|
|
Corporate-Level
|
|
|
Business Units-Level
|
|
| พนักงานและคู่ค้า |
|
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (HRRA) และการตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD)
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (HRRA) ดำเนินการทุก ๆ สองปี เพื่อติดตาม ระบุ จัดลำดับความสำคัญ บรรเทา และแก้ไขความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นจริงและที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ กระบวนการนี้ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจที่มีอยู่ของเซ็นทรัล รีเทล รวมถึงการดำเนินธุรกิจใหม่ที่เกิดจากการเติบโตทางธุรกิจ การควบรวมและซื้อกิจการ และกิจกรรมที่ดำเนินการโดยพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้รับเหมา คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่า
ผู้มีส่วนได้เสียที่ครอบคลุมการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (HRRA) ได้แก่ พนักงาน ชุมชน คู่ค้า ผู้รับเหมา ลูกค้า แรงงานที่จัดหามา พนักงานที่ได้รับการว่าจ้างจากบุคคลที่สาม แรงงานข้ามชาติ และกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้หญิง เด็ก ชนเผ่าพื้นเมือง แรงงานข้ามชาติ ผู้พิการ และบุคคลกลุ่ม LGBTQI+ โดยมีการประเมินความเสี่ยงต่อประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆ รวมถึงแรงงานบังคับ แรงงานเด็ก สภาพการทำงาน และแนวปฏิบัติด้านแรงงาน เสรีภาพในการสมาคมและการเจรจาต่อรอง เสรีภาพในการแสดงออก การค้ามนุษย์ ค่าชดเชยที่เท่าเทียมกัน โอกาสที่เท่าเทียมกันและการเลือกปฏิบัติ สิทธิด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน การเข้าถึงการเยียวยา การละเมิดสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน และการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
เมื่อเริ่มกระบวนการ HRRA เซ็นทรัล รีเทล ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเข้มข้น เพื่อให้มั่นใจว่าแนวคิดการเคารพสิทธิมนุษยชนจะถูกบูรณาการเข้ากับการดำเนินธุรกิจ และช่วยให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการ HRRA ผ่านการตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) โดยระบุความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นจริงและที่อาจเกิดขึ้น และกำหนดระดับของผลกระทบ เซ็นทรัล รีเทล ริเริ่มโครงการ HRDD ในปี 2565 และตั้งแต่นั้นมาก็ได้ติดตามความเสี่ยงที่ได้ระบุไว้เป็นประจำทุกไตรมาส ครอบคลุมทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ อาหาร แฟชั่น ฮาร์ดไลน์ พร็อพเพอร์ตี นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังทำงานร่วมกับคู่ค้าหลักในการส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อลดความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนและดูแลผู้ได้รับผลกระทบให้ได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม
รายงานผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
| ประเด็นสำคัญ | ขอบเขต | การควบคุมดูแล |
|---|---|---|
| ความเสี่ยงจากพื้นที่การดำเนินกิจกรรมของเซ็นทรัล รีเทล | ||
|
สุขภาพและความปลอดภัยสำหรับพนักงานกลุ่มธุรกิจอาหาร
|
กลุ่มธุรกิจอาหาร ในประเทศไทยและเวียดนาม |
|
| ความเสี่ยงจากคู่ค้า | ||
| ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากคู่ค้า ร้อยละ 1.3 และมีมาตรการบรรเทาผลกระทบจากความเสี่ยง 100% | ||
| ผลการดำเนินการในปี 2568 | การบรรเทาผลกระทบและการดำเนินการแก้ไข |
|---|---|
| ความเสี่ยงที่ระบุอยู่ในระดับปานกลาง |
|
เซ็นทรัล รีเทล ติดตามผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และกรณีที่ได้รับแจ้ง โดยมีการดำเนินการบรรเทาและแก้ไข ในปี 2568 เซ็นทรัล รีเทล ได้ระบุ และดำเนินการบรรเทาและแก้ไขความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมทั้งหมดทุกกลุ่มธุรกิจ รวมทั้งได้มีการสื่อสารและเปิดเผยต่อผู้มีส่วนได้เสียภายนอกเพื่อความโปร่งใส นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังดำเนินโครงการเพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ได้แก่
- การใช้ช่องทางการสื่อสารภายในเพื่อให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
- การดำเนินการฝึกอบรมการตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD)
- การจัดทำแนวทางการดำเนินการแก้ไขและมาตรการเยียวยาในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
- การติดตามประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนอย่างใกล้ชิด โดยไม่มีประเด็นสำคัญที่เกิดจากความเสี่ยงที่ระบุในปีที่ผ่านมา
กลไกการแก้ไขและเยียวยา
หลังจากประเมินความเสี่ยงแล้ว เซ็นทรัล รีเทล มีขั้นตอนในการแก้ไขและกระบวนการเยียวยาผลกระทบ มีรายละเอียดดังนี้
1. ระบุความเสี่ยงและกําหนดกระบวนการลดโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงและลดผลกระทบ
- บูรณาการผลการประเมินความเสี่ยงที่ได้จากทุกพื้นที่การดําเนินการเข้าสู่กระบวนการหารือ และตัดสินใจจากคณะทํางานการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
- รายงานความเสี่ยงที่พบต่อคณะกรรมการความเสี่ยงของเซ็นทรัล รีเทล และบูรณการความเสี่ยงเข้าสู่รายการความเสี่ยงขององค์กร
- ระบุหน่วยงานที่จะรับผิดชอบขั้นตอนต่อไปเพื่อลดหรือบรรเทาความเสี่ยง
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงนั้น ๆ ต้องจัดทําแผนบรรเทาความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยเน้นที่การลดโอกาสเกิดความเสี่ยง และลดผลกระทบ กําหนดแผนการดําเนินงานเพื่อบรรเทาความเสี่ยง และแนวทางการเยียวยาในแต่ละประเด็นความเสี่ยง
2. ดําเนินการตามแผนบรรเทาความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
- ดําเนินการตามขั้นตอนที่ระบุในแผนงานที่กําหนดขึ้น แก้ไขและเพิ่มกระบวนการระหว่างที่จําเป็นเพื่อให้การบรรเทาความเสี่ยงมีประสิทธิผลสูงสุด
- รายงานความคืบหน้าในการแก้ไข และเยียวยาความเสี่ยงแก่ผู้มีส่วนได้เสีย หรือผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
- กํากับดูแล ติดตามและตรวจสอบ การดําเนินการตามแผนบรรเทาความเสี่ยงกับหน่วยธุรกิจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านช่องทางการสื่อสาร
- รายงานความคืบหน้า ระบุเหตุต้องเฝ้าระวัง ผลกระทบจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง และอาจจะเกิดขึ้นกับเซ็นทรัล รีเทล ต่อหน่วยงานความยั่งยืน และคณะกรรมการ บรรษัทภิบาลฯ เพื่อแจ้งเหตุการณ์และให้คําแนะนําต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อดําเนินการด้านการบรรเทาความเสี่ยงในขั้นตอนต่อไป
3. ดําเนินขั้นตอนการแก้ไขและเยียวยา (กรณีเกิดเหตุจากความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนและมีผู้ได้รับผลกระทบ)
- ดําเนินการเยียวยาผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบตามแนวทางของเซ็นทรัล รีเทล
- แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบและผู้บริหารหน่วยงาน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับความคืบหน้าในการดําเนินการแก้ไขและเยียวยา
- ติดตามผลการดําเนินการแก้ไขและเยียวยา
- ปรับแนวทางการแก้ไขและเยียวยา (หากจําเป็น)
- ดําเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง และพูดคุยผลลัพธ์จากการดําเนินการกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง จนสิ้นสุดกระบวนการและเข้าสู่สภาวะปกติก่อนได้รับผลกระทบจากความเสี่ยง
แนวทางการเยียวยาของเซ็นทรัล รีเทล
- การขอโทษโดยตรงกับผู้ได้รับผลกระทบ และอย่างเป็นทางการ
- การชดใช้ค่าเสียหาย
- การให้เงินตอบแทน
- ไม่เป็นตัวเงิน โอกาสในการพัฒนาการยอมรับผลประโยชน์อื่น ๆ
- ความช่วยเหลือในการเข้าถึงการเยียวยาด้านอื่น ๆ
แนวปฏิบัติการใช้แรงงาน
เพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิแรงงานได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ เซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นที่จะรักษาสภาพการทำงานที่เป็นธรรม ปลอดภัย และความภาคภูมิ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานสากลและระเบียบว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งครอบคลุมถึงพนักงาน ผู้รับเหมา คู่ค้า และกิจการร่วมค้า ข้อกำหนดหลักเกี่ยวกับแนวปฏิบัติการใช้แรงงานของเซ็นทรัล รีเทล ประกอบด้วย
1. ค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและเพียงพอ
เซ็นทรัล รีเทล ตระหนักถึงความสำคัญของค่าตอบแทนที่เป็นธรรมเพื่อสนับสนุนให้พนักงานและครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐาน แพ็กเกจค่าตอบแทนโดยรวมของเซ็นทรัล รีเทล พิจารณามาตรฐานการครองชีพที่จำเป็น อาทิ อาหาร ที่อยู่อาศัย การศึกษาของบุตรหลาน การดูแลสุขภาพ การเดินทาง เครื่องนุ่งห่ม ตลอดจนเงินช่วยเหลือสำหรับเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิด เพื่อให้พนักงานได้รับค่าจ้างเพื่อการยังชีพตามมาตรฐานโดย Global Living Wage Coalition
2. ชั่วโมงการทำงานและการลาหยุดประจำปี
เซ็นทรัล รีเทล ส่งเสริมการใช้สิทธิลาพักผ่อนประจำปีแบบได้รับค่าจ้างอย่างเต็มที่ ผ่านระบบดิจิทัลที่แสดงยอดสิทธิวันลาอย่างชัดเจน พร้อมเครื่องมือวางแผนและการแจ้งเตือน โดยใช้ระบบบันทึกเวลา (Timesheet) และระบบการเบิกค่าล่วงเวลาแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Overtime) เพื่อติดตามชั่วโมงการทำงานปกติและการทำงานล่วงเวลา ซึ่งสามารถรับรองได้ว่าการทำงานล่วงเวลาได้รับค่าตอบแทนอย่างครบถ้วนและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายทุกประการ
3. เสรีภาพในการสมาคม
เซ็นทรัล รีเทล เคารพสิทธิในเสรีภาพในการสมาคมและการเจรจาต่อรองร่วมกัน โดยให้พนักงานมั่นใจว่าจะสามารถแสดงความคิดเห็นเป็นรายบุคคลหรือผ่านตัวแทนที่เลือกได้อย่างอิสระ ทำให้มีการพูดคุยอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับสภาพการทำงานและสิทธิอื่น ๆ ในที่ทำงาน
4. การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ
เซ็นทรัล รีเทล ปฏิบัติตามสิทธิในการได้รับค่าจ้างที่เท่าเทียมกันสำหรับลักษณะงานประเภทเดียวกัน โดยการติดตามความแตกต่างของค่าจ้างระหว่างเพศและแก้ไขช่องว่าง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ชายและผู้หญิงได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน
5. การคุ้มครองทางสังคมที่นอกเหนือจากข้อกำหนดขั้นต่ำ
เซ็นทรัล รีเทล เสริมสร้างสิทธิของพนักงานในการได้รับหลักประกันทางสังคม โดยการให้การสนับสนุนเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากโครงการของรัฐบาล ซึ่งรวมถึงการให้ทุนสำหรับซ่อมแซมบ้านที่จำเป็นเร่งด่วน เงินกู้ฉุกเฉิน และความช่วยเหลือในการฟื้นฟูจากภัยพิบัติ เพื่อปกป้องความเป็นอยู่และการดำรงชีวิตของพนักงานในช่วงเวลาวิกฤต
เพื่อเสริมสร้างความมุ่งมั่นเหล่านี้ เซ็นทรัล รีเทล ได้จัดให้มีช่องทางแจ้งเบาะแสที่ชัดเจนและเข้าถึงได้ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนรู้สึกปลอดภัยที่จะรายงานข้อกังวลหรือการละเมิดใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิแรงงานและสภาพการทำงานของตน เราสนับสนุนให้พนักงานกล้าที่จะพูดโดยไม่ต้องกลัวการตอบโต้ เพื่อให้การละเมิดใด ๆ สามารถได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วและมีความรับผิดชอบ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมแห่งความเป็นธรรม ความรับผิดชอบ และการเคารพสิทธิมนุษยชน
ช่องทางการแจ้งเบาะแสการละเมิดสิทธิมนุษยชน
แจ้งผ่านช่องทางอีเมลที่ CRCWhistleblower@central.co.th หรือไปรษณีย์
หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน บริษัทฯ เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 22 ซอยสมคิด ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330ในกรณีผู้ร้องเรียนมีข้อเรียกร้องประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ให้ส่งเรื่องร้องเรียนมายังประธานกรรมการตรวจสอบโดยตรงผ่านช่องทางอีเมลของประธานกรรมการตรวจสอบที่ AuditChairman@central.co.th หรือไปรษณีย์
ประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัทฯ เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 22 ซอยสมคิด ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330เซ็นทรัล รีเทล ได้จัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการเพื่อส่งเสริมให้พนักงานพูดคุย เจรจา หรือหารือเกี่ยวกับสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อย่างเปิดเผย ในปี 2568 พนักงานร้อยละ 100 ได้รับการคุ้มครองจากคณะกรรมการสวัสดิการ
ความเสี่ยงของการละเมิดสิทธิมนุษยชนมีความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะบริบทเฉพาะที่เกิดจากมิติทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ดังนั้นการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนทั้งที่เกิดขึ้นจริงและที่อาจเกิดขึ้นควรเป็นการดำเนินการเชิงรุกและครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด รวมถึงมีมาตรการแก้ไขและการดำเนินงานที่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติในระดับสากล
โครงการสำคัญ
การจ้างงานและเปิดโอกาสด้านการศึกษาสำหรับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม
เซ็นทรัล รีเทล ได้ดำเนินโครงการจ้างงานที่มุ่งเน้นความเท่าเทียม เพื่อสร้างความยั่งยืนและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โครงการนี้เปิดโอกาสให้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ หรือภูมิหลัง สามารถเข้าร่วมงานและพัฒนาศักยภาพได้อย่างเท่าเทียม โดยมีการจ้างงานในพื้นที่การดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ในปี 2025 เซ็นทรัล รีเทล มุ่งเน้นการสร้างโอกาสการจ้างงานอย่างเท่าเทียมสำหรับกลุ่มเปราะบาง เซ็นทรัล รีเทล ให้ความสำคัญในการสร้างพื้นที่ทำงานที่เปิดกว้าง โดยมีการจ้างงานพนักงานผู้พิการ 259 คน และผู้สูงวัย 209 คน ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการลดความเหลื่อมล้ำในตลาดแรงงาน พร้อมทั้งสนับสนุนการบริหารงานบนความหลากหลายอีกด้วย
นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังดำเนินโครงการทุนทวิภาคีสำหรับพนักงานและนักศึกษาภายนอกต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างยั่งยืน และสร้าง Talent Pipeline ทั้งในสายหัวหน้างานและสายเชี่ยวชาญด้านสินค้า (Merchandising Specialist) ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้พนักงานยกระดับความรู้ ความสามารถ และเติบโตสู่บทบาทที่มีความรับผิดชอบมากขึ้นในอนาคต และยังร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา ส่งเสริมเยาวชนไทยให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานจริง และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย
โดยในปี 2568 มีผู้เข้าร่วมโครงการรวม 1,301 คน รวมมูลค่าทุนการศึกษาทั้งสิ้น 50 ล้านบาท ประกอบด้วย พนักงานภายใน 152 คน ครอบคลุมพื้นฐานการศึกษาที่หลากหลาย ได้แก่ ปวช. 9 คน ปวส. 40 คน ปริญญาตรี 96 คน ปริญญาโท 7 คน และนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา 1,149 คน
การได้รับโอกาสการเข้าถึงการศึกษาในกลุ่มที่หลากหลาย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเปิดโอกาสที่เท่าเทียมแก่บุคลากรทุกกลุ่ม พร้อมสนับสนุนให้เกิดเส้นทางอาชีพที่เติบโตได้จริงในสายงานต่าง ๆ ภายในองค์กร โดยเซ็นทรัล รีเทล ยังคงเดินหน้าพัฒนาและขยายโครงการทุนทวิภาคีอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ เพื่อเสริมสร้างทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม ช่วยให้บุคลากรเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกับองค์กรในระยะยาว


การบูรณาการความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DEI) เข้าสู่แนวปฏิบัติขององค์กร
เซ็นทรัล รีเทล เห็นคุณค่าความหลากหลายของพนักงาน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนรู้สึกยอมรับและก่อเกิดพลังในการเติบโตเพื่อก้าวเดินไปด้วยกัน อันเป็นหัวใจสำคัญของเรา และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราก้าวสู่การเป็น ‘องค์กรที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกคน’ (A Great Place to Work for All) เพื่อสนับสนุนพันธกิจนี้ บริษัทได้จัดเสวนา ในหัวข้อ ‘แตกต่างอย่างเข้าใจ หลากหลายอย่างเท่าเทียม’ โดยมีผู้เข้าชม 1,047 คน การเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นร่วมกับตัวแทนพนักงานจากบริษัทในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลและแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรที่รณรงค์เพื่อส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ในโอกาสวันธรรมาภิบาลองค์กร (Corporate Governance Day) เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและการเคารพสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำวิดีโอสั้นเรื่อง ‘The Power of DEI’ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจริงและช่วงเวลาแห่งการมีส่วนร่วม ความเคารพซึ่งกันและกัน และโอกาสที่เท่าเทียม ซึ่งช่วยเสริมพลังให้แก่บุคลากรและองค์กรของเรา วิดีโอดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ให้พนักงานทุกระดับ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและตอกย้ำวัฒนธรรมแห่งความหลากหลายและการมีส่วนร่วมให้แข็งแกร่งทั่วทั้งองค์กร
เซ็นทรัล รีเทล ได้ดำเนินแคมเปญสำคัญภายใต้ชื่อ ‘SHEPOSSIBLE, WE POSSIBLE : WOMEN’S AGENDA’ เป็นประจำ เพื่อส่งต่อพลังบวกเชิงรุกผ่านการสร้างแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนความเท่าเทียมต่อผู้หญิงในทุกบทบาท กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนอัตราการเพิ่มจำนวนผู้หญิงในตำแหน่งผู้นำระดับบริหารในองค์กรกว่า 623 คน ในปี 2568 ซึ่งช่วยสร้างแรงจูงใจในการเติบโตในองค์กรให้กับพนักงานทุกกลุ่ม และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพสังคมอย่างยั่งยืน




