การจัดหาสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบ

ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 100 ภายในปี 2573
119 ร้านค้า จำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ความสำคัญ

การจัดหาสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบถือเป็นกระบวนการสำคัญที่มาพร้อมกับความท้าทายหลายด้าน เช่น ความซับซ้อนในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน การตรวจสอบย้อนกลับ การปฏิบัติตามมาตรฐานสากล รวมถึงต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นจากการเลือกใช้วัตถุดิบอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังเผชิญกับแรงกดดันด้านกฎระเบียบการค้าโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) และแนวโน้มที่รัฐบาลไทยจะนำกลไกภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) มาใช้ ซึ่งหมายความว่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ฝังอยู่ในสินค้า (Embedded Emissions) จะกลายเป็นต้นทุนทางการเงินโดยตรงและส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายเหล่านี้ได้นำมาซึ่ง โอกาสทางธุรกิจในระยะยาว ในการยกระดับคุณภาพสินค้า เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า และยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ เนื่องจากสามารถตอบสนองต่อแนวโน้มตลาดที่ให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน ซึ่งนำไปสู่ความสามารถทางการแข่งขันในตลาด เพื่อสนับสนุนแนวทางดังกล่าว เซ็นทรัล รีเทล จึงกำหนดนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน ส่งเสริมความโปร่งใส และคัดเลือกคู่ค้าที่ได้ตามมาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในระดับสากลและระดับประเทศ

แนวทางการบริหารจัดการ

เซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นดำเนินการจัดหาสินค้าอย่างรับผิดชอบ โดยบูรณาการหลักความยั่งยืนเข้าไปในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้การจัดหาสินค้าและวัตถุดิบเป็นไปตามหลัก สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืนของเซ็นทรัล รีเทล มุ่งเน้นการประเมินและคัดเลือกคู่ค้า โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้แรงงานอย่างเป็นธรรม และการเคารพสิทธิมนุษยชน ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน โดยมีประธานซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและการตรวจสอบย้อนกลับได้ และการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล โดยกำหนดจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบ ทั้งนี้คู่ค้าของเซ็นทรัล รีเทล จะต้องให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามหลักการด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี

นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน
จรรณยาบรรณคู่ค้า

กรอบการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และการประกันคุณภาพ

เซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในเรื่องความปลอดภัยของอาหารอย่างสูงสุดผ่านนโยบายการประกันคุณภาพที่แข็งแกร่งและกรอบการดำเนินงานที่ครอบคลุม โดยมีรากฐานจากการจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ การแต่งตั้งตัวแทนฝ่ายบริหารด้านคุณภาพ (Quality Management Representative: QMR) โดยผู้บริหารระดับสูง และการจัดตั้งแผนกประกันคุณภาพโดยเฉพาะ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยการนำแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับสากล หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้ และขั้นตอนการดำเนินงานที่ใช้งานได้จริงมาบูรณาการเข้าด้วยกัน

เซ็นทรัล รีเทล บังคับใช้มาตรการควบคุมคุณภาพห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งรวมถึงการนำระบบการจัดการมาใช้เพื่อให้มั่นใจว่าพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดปฏิบัติตามมาตรฐานการประกันคุณภาพที่กำหนดไว้ พร้อมกับเกณฑ์ที่ครอบคลุมสำหรับการคัดเลือกคู่ค้าให้สอดคล้องกับนโยบายของเซ็นทรัล รีเทล รวมถึงได้นำระบบการจัดการคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Integrated Quality & Product Safety Management System) ที่ครอบคลุมแผนการกำกับดูแล การตรวจสอบ และการติดตามคุณภาพและความปลอดภัยของทั้งผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและจำหน่ายโดยเซ็นทรัล รีเทล รวมถึงคู่ค้าที่มีกระบวนการผลิตและจัดจำหน่ายที่จุดขาย ทั้งนี้ เซ็นทรัล รีเทล ได้ร่วมกับคู่ค้าและร้านค้า ในการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อให้มั่นใจว่าสุขอนามัยและความสะอาดที่จุดจำหน่ายสินค้าเป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุด พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยของสินค้าและความยั่งยืน

เซ็นทรัล รีเทล ได้กำหนดระเบียบการที่ชัดเจนสำหรับการประกันคุณภาพ ความปลอดภัย และความถูกต้องของฉลากผลิตภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์หลังการขายทั้งหมด ระเบียบการเหล่านี้ครอบคลุมแบรนด์ของเซ็นทรัล รีเทล สินค้านำเข้าโดยตรง สินค้าฝากขาย สินค้าจัดส่งตรงถึงร้าน (Direct Store Delivery: DSD) และผลิตภัณฑ์ทุกรายการที่ลงทะเบียนในระบบการทำงานตามขั้นตอนต่าง ๆ รวมถึงการประเมินการปลอมปนและการปนเปื้อนอย่างครอบคลุม การตรวจสอบแบบสุ่มรายเดือนที่ดำเนินการโดยห้องปฏิบัติการภายนอกซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และการเฝ้าระวังทางกฎหมายอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับฉลากผลิตภัณฑ์ด้วยการตรวจสอบรายเดือนหรือรายไตรมาส นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังรวบรวมผลการทดสอบแบบสุ่มจากกระบวนการประกันคุณภาพในห่วงโซ่อุปทานและแหล่งเพาะปลูก/แหล่งวัตถุดิบทางการเกษตรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อีกด้วย ซึ่งสิ่งนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเซ็นทรัล รีเทล มีระบบการจัดการเพื่อป้องกันผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบกพร่อง และทำให้ระบบสามารถระบุและดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเกี่ยวกับข้อบกพร่องที่อาจเกิดขึ้นหรือการเบี่ยงเบนด้านคุณภาพก่อนส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้า

การควบคุมและการตรวจสอบระบบการจัดการคุณภาพ

เซ็นทรัล รีเทล ตระหนักถึงบทบาทที่สำคัญของระบบควบคุมภายในที่เข้มแข็งในการทำให้การดำเนินงานสอดคล้องกับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ข้อกำหนดทางกฎหมาย และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง การสอดคล้องกันนี้ทำได้อย่างเป็นระบบผ่านการตรวจสอบภายในระบบการจัดการคุณภาพที่ครอบคลุม ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อการตรวจสอบที่เฉพาะเจาะจงและกระบวนการที่มีโครงสร้าง ขั้นตอนการตรวจสอบภายในเหล่านี้ได้รับการจัดการโดยแผนกตรวจสอบภายใน โดยมีประเด็นสำคัญที่มุ่งเน้นดังนี้:

  1. การวางแผนเชิงกลยุทธ์และขั้นตอนการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน: เกี่ยวข้องกับการนำแผนเชิงกลยุทธ์และขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานมาใช้สำหรับการติดตามตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลัก (KPI) การรวมการดำเนินการแก้ไข และการตรวจสอบและปรับปรุงการปฏิบัติตามกฎระเบียบและขั้นตอนภายในเป็นประจำ
  2. การประเมินและการควบคุมคุณภาพของคู่ค้า: ส่วนนี้มุ่งเน้นไปที่การประเมินการตรวจสอบก่อนการเป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเข้มงวด การประเมินมาตรฐานโรงงานและการรับรองคุณภาพ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการกำหนดความรับผิดชอบของการจัดจำหน่ายในข้อตกลงตามสัญญาอย่างชัดเจน การทำให้แน่ใจว่าปฏิบัติตามหลักการ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล) ตามจรรยาบรรณของคู่ค้าของบริษัท และการประเมินแผนการดำเนินงานของผู้จัดจำหน่าย
  3. การตรวจสอบและการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์: ครอบคลุมการดำเนินงานตามแผนการประเมินผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมในทุกหมวดหมู่ เพื่อให้มั่นใจว่าเกณฑ์การทดสอบผลิตภัณฑ์สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ การกำหนดการควบคุมที่เข้มงวดในการรับสินค้าที่จุดส่งมอบ การคัดกรองและการเก็บรักษาใบรับรองความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และการจำกัดการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลักของผลิตภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
  4. การจัดการสินค้าส่งคืนและสินค้ามีตำหนิ: ประเด็นนี้เน้นการดำเนินการแก้ไขอย่างทันท่วงทีและการรายงานสำหรับสินค้าที่ถูกปฏิเสธหรือไม่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังผลักดันการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่องผ่านแผนปฏิบัติการที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะ

ขั้นตอนการตรวจสอบภายในเหล่านี้ได้รับการจัดการโดยแผนกตรวจสอบภายใน โดยรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและข้อมูลจากทุกหน่วยธุรกิจ

เซ็นทรัล รีเทล ได้ผ่านการตรวจประเมินโดยบุคคลภายนอกและแสดงให้เห็นถึงความสอดคล้องตามข้อกำหนดของระบบการรับรองความปลอดภัยด้านอาหาร (FSSC) 22000 โดยการรับรองนี้ครอบคลุมถึงขอบเขตการรับสินค้า การจัดเก็บ และการกระจายสินค้าประเภทอาหารแช่เย็นและแช่แข็ง นอกเหนือจากการรับรอง GHPs HACCP และFSSC 22000 แล้ว ศูนย์กระจายสินค้ายังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 สำหรับระบบการจัดการคุณภาพ ซึ่งครอบคลุมการให้บริการรับ จัดเก็บ และกระจายสินค้าหลากหลายประเภท รวมถึงอาหารแห้ง เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยาสูบ สินค้าอุปโภค ยา เครื่องสำอาง อาหารสัตว์เลี้ยง และสินค้าเครื่องแต่งกาย

การฝึกอบรมพนักงานและการบูรณาการระบบการจัดการคุณภาพ

ภายใต้โครงการฝึกอบรมของเซ็นทรัล รีเทล ได้จัดให้มีโปรแกรมการฝึกอบรมอย่างครอบคลุม เพื่อเสริมสร้างทักษะที่ใช้และความรู้ที่จำเป็นให้แก่พนักงานที่เกี่ยวข้องในหลากหลายแผนก สำหรับการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในด้านระบบการจัดการคุณภาพ (QMS) โปรแกรมฝึกอบรมเหล่านี้ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ เช่น ข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO 9001:2015 และการรับรองผู้ตรวจติดตามภายใน ISO 9001:2015 เพื่อให้พนักงานมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในบทบาทและหน้าที่ของตน รวมถึงการดำเนินงานในแต่ละวัน อันจะช่วยส่งเสริมให้พนักงานสามารถมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพต่อเป้าหมายด้านคุณภาพและความพยายามในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ

ช่องทางการสื่อสาร

เพื่อปรับปรุงการสื่อสารเกี่ยวกับคุณภาพผลิตภัณฑ์และมาตรการด้านความปลอดภัย และเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้นในการแจ้งข้อกังวลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบกพร่อง บริษัทฯ ได้จัดทำช่องทางการสื่อสารเฉพาะทางต่าง ๆ ไว้ ดังนี้:

  • ศูนย์บริการลูกค้า: Tops contact center 1467, ทุกวัน 08:00 - 22:00 น.
  • Live Chat Support: Tops https://www.tops.co.th/th, ทุกวัน 08:00 - 22:00 น.
  • เว็บไซต์: Cusserv@tops.co.th, Topsonlinecs@tops.co.th, ทุกวัน 09:00 - 18:30 น.
  • โซเชียลมีเดีย (Facebook page): Tops Thailand/Tops daily/Tops foodhall/Tops Vita/Tops Care/Pet ‘n Me ทุกวัน 09:00 - 21:00 น.
  • แอปพลิเคชัน (Shopee/Lazada/Tiktok shop): Top Online/Tops Vita/Pet ‘n Me ทุกวัน 09:00 - 19:30 น.
  • เบอร์โทรศัพท์ส่วนกลาง: 02-831-7300, จันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) 09:00 - 18:00 น.

สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในด้านการจัดซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Products) เซ็นทรัล รีเทล ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินค้าที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการใช้วัสดุที่ยั่งยืน เช่น บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ และพลาสติกรีไซเคิล รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เซ็นทรัล รีเทล สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการใช้ซ้ำ (reuse) นำกลับมาใช้ใหม่ (repurpose) และการรีไซเคิล (recycle) เพื่อลดปริมาณขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งร่วมมือกับคู่ค้าที่ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการจัดซื้อที่ยั่งยืน โดยได้มีการจำแนกกลุ่มสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ออกเป็น 6 ประเภท ดังนี้

กลุ่มประเภทสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
กลุ่มประเภท คำจำกัดความ ตัวอย่างฉลาก
สินค้าสุขภาพและความปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์ และเป็นธรรมต่อเกษตรกรและแรงงาน
สินค้าที่ใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือปลูกทดแทนได้
สินค้าประหยัดพลังงาน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานน้อยลงและมีประสิทธิภาพสูง
สินค้าที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล หรือย่อยสลายได้ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล หรือสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
สินค้าที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนการผลิต
สินค้าที่แสดงข้อมูลหรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีการแสดงข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างการผลิตและใช้งาน

นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ได้มีการนำเสนอสินค้าอินทรีย์และสินค้าเพื่อสุขภาพ ภายใต้โครงการร้าน “Healthiful” ตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งในปี 2567 มีการขยายสาขาแล้วกว่า 86 สาขา โดยสินค้าที่อยู่ในหมวดหมู่นี้จะได้รับการประเมินโดยใช้เกณฑ์ดังนี้:

  • การรับรองคุณภาพ: ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) เพื่อการผลิตที่มีคุณภาพ
  • ประโยชน์ต่อผู้บริโภค: ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
  • ผลิตภัณฑ์ทางเลือก: รวมถึงสินค้าอินทรีย์ สินค้าที่ใช้ส่วนผสมจากพืชเป็นหลัก สินค้ามังสวิรัติ สินค้าช่วยดูแลระบบย่อยอาหาร สินค้าโปรตีนสูง และสินค้าอาหารคีโตเจนิค
  • ข้อจำกัดด้านสุขภาพ: ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคอาหารที่ปราศจากกลูเตน ผงชูรส วัตถุุกันเสีย คอเลสเตอรอล นมเนย หรือแล็กโทส รวมถึงผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าที่มีระดับโซเดียม ไขมัน หรือนํ้าตาลน้อย
การคัดเลือก การประเมิน และการมีส่วนร่วมกับคู่ค้า
การมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น

สินค้าชุมชนและสินค้าท้องถิ่น

เซ็นทรัล รีเทล มุ่งเน้นการสนับสนุนชุมชนและผู้ผลิตภายในประเทศ ตลอดจนเสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างมั่นคง การจัดหาสินค้าจากชุมชนหรือแหล่งท้องถิ่นเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ไม่เพียงช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรและผู้ผลิตรายย่อย แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการขนส่งสินค้าระยะไกล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เซ็นทรัล รีเทล ได้ดำเนินโครงการ “จริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต” หรือ “ตลาดจริงใจ” ตั้งแต่ปี 2561 เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น สินค้า OTOP และสินค้าชุมชนที่ได้รับการพัฒนาอย่างมีมาตรฐานร่วมกับเซ็นทรัล รีเทล โดยได้กำหนดกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินงานของโครงการตลาดจริงใจ คือ การสร้างแพลตฟอร์มที่เป็นธรรม เปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้ผลิตรายย่อยเข้ามาขายในตลาดโดยตรง ลดการพึ่งพาคนกลาง ทำให้สามารถกำหนดราคาสินค้าได้อย่างเป็นธรรม และสร้างความยั่งยืนให้กับผู้ผลิตในระยะยาว รวมถึงการส่งเสริมคุณภาพสินค้าและมาตรฐานการผลิต โดยให้การสนับสนุนและให้คำแนะนำด้านการพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งในด้านความปลอดภัยทางอาหาร การใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการผลิตที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีการส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยตลาดจริงใจเป็นต้นแบบของตลาดที่ลดการใช้พลาสติก ส่งเสริมให้ใช้บรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้ และรณรงค์ให้ลูกค้านำถุงผ้ามาช็อปปิ้งเพื่อลดขยะพลาสติก

นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังสนับสนุนการสื่อสารระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนและเกษตรกรสามารถสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง ทำให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มา วิธีการผลิต และมาตรฐานของสินค้า ขณะเดียวกันผู้ผลิตก็สามารถรับฟังข้อเสนอแนะจากลูกค้าเพื่อนำไปพัฒนาสินค้าของตนให้ตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้น อีกทั้งยังมีแผนขยายเครือข่ายตลาดจริงใจสู่ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและการพัฒนาชุมชนอย่างทั่วถึง ปัจจุบันตลาดจริงใจมีจำนวนสาขาแล้วทั้งสิ้น 32 สาขา กระจายอยู่ทั่วประเทศ มีผลผลิตที่นำมาจำหน่ายกว่า 4,000 รายการ ครอบคลุมทั้งผักผลไม้สด สินค้าเกษตรแปรรูป งานหัตถกรรม และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เกษตรกรและผู้ผลิตรายย่อยกว่า 10,522 ครัวเรือน สร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนท้องถิ่นกว่า 250 ล้านบาท ได้รับโอกาสในการเข้าถึงตลาดที่เป็นธรรม และสามารถเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน โครงการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งผู้บริโภคและเกษตรกรที่เข้าร่วม สามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สร้างรายได้ที่มั่นคง และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ

จริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต

การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

เซ็นทรัล รีเทล ตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและมีความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายลดความสูญเสียทางชีวภาพ (No Net Loss - NNL) และสร้างผลกระทบเชิงบวก (Net Positive Impact - NPI) รวมถึงการบรรลุเป้าหมายการสูญเสียพื้นที่ป่าสุทธิเป็นศูนย์ (No Net Deforestation) เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการดำเนินงานเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

เซ็นทรัล รีเทล ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ติดตามผล และจัดกิจกรรมเยียวยาผลกระทบเชิงนิเวศอย่างครอบคลุมทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยใช้เครื่องมือกรองความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก (World Wildlife Fund’s Biodiversity Risk Filter Tool: WWF BRF) เพื่อตรวจสอบและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียหลัก เช่น คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และชุมชนท้องถิ่น ในการริเริ่มโครงการด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ

เซ็นทรัล รีเทล ได้ร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานต่างๆ อาทิ กองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานประเทศไทย (WWF Thailand) โครงการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ไทย และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เพื่อดำเนินโครงการที่ส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่ป่า การส่งเสริมระบบนิเวศทางการเกษตรที่ยั่งยืน และการพัฒนากลยุทธ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
กำหนดขอบเขตการประเมิน
  • ระบุความสำคัญต่ออุตสาหกรรม

    • ระดับความพึ่งพิง
    • ผลกระทบ
  • ระบุสถานประกอบการในห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดที่จะได้รับการประเมิน
รวบรวมข้อมูลตำแหน่งพื้นที่และข้อมูลห่วงโซ่อุปทาน
  • ระบุตำแหน่งสถานประกอบการ
  • ระบุประเภทอุตสาหกรรม
  • ระบุความสำคัญทางธุรกิจของสถานประกอบการแต่ละแห่ง
ประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
  • คำนวณค่าความเสี่ยงในภาพรวม (ของแต่ละตัวบ่งชี้)
  • คำนวณค่าความเสี่ยงระดับสถานที่ (คะแนนเป็นภาพรวม)
  • ประเมินและแปลความหมายของความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพตาม The World Wildlife Fund’s Biodiversity Risk Filter Tool (WWF BRF)
รวบรวมข้อมูลความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ
  • บูรณาการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพสู่กระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงในระดับองค์กร
คำมั่นในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การรักษา และฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้
การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

โครงการสำคัญ

โครงการวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอินทรีย์ตำบลบัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน

เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินการจัดหาผลผลิตทางการเกษตรอย่างมีความรับผิดชอบ ผ่านการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอินทรีย์ตำบลบัวใหญ่ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน โดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูระบบนิเวศ และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยในปี 2568 เซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สำนักงานพาณิชย์จังหวัด มูลนิธิอุทกพัฒน์ และกรมพัฒนาชุมชน ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรสู่ระบบเกษตรอินทรีย์และวนเกษตร ผ่านการปลูกไม้ยืนต้นผสมผสานกับพืชเกษตร เพื่อลดการเสื่อมโทรมของดิน ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และเพิ่มการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระบบนิเวศ โครงการยังให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน โดยดำเนินการสร้างฝาย แหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็ก และระบบกระจายน้ำสู่แปลงเกษตรอินทรีย์ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง ช่วยให้เกษตรกรกว่า 50 ครัวเรือน สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำและดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โครงการฮักโลก (Hug The Earth)

เซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนดำเนินโครงการ ‘ฮักโลก’ (Hug The Earth) เพื่อส่งเสริมการจัดหาสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบ โดยคัดสรรและรวบรวมสินค้าที่มีฉลากสิ่งแวดล้อมหรือฉลากรักษ์โลกจากคู่ค้าไว้ในพื้นที่จำหน่ายภายใต้สัญลักษณ์เดียวกัน ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงและเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างสะดวกและมั่นใจ โครงการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของเซ็นทรัล รีเทล ในการใช้พลังของธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งเป็นกลไกขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน โดยไม่เพียงอำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภค แต่ยังส่งสัญญาณเชิงบวกไปยังผู้ผลิตและคู่ค้าให้ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ (Nature Positive Economy) ทำให้เซ็นทรัล รีเทล เป็นองค์กรค้าปลีกรายแรกของประเทศไทยที่นำร่องโครงการ ‘ฮักโลก’ ภายในร้านค้าในเครือ อาทิ ไทวัสดุ เพาเวอร์บาย เซ็นทรัล โรบินสัน ท็อปส์ โก โฮลเซลล์ บีทูเอส ออฟฟิศเมท ซูเปอร์สปอร์ต และเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (CMG) พร้อมขยายผลความสำเร็จผ่านความร่วมมือกับหอการค้าไทยและภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันให้การเลือกซื้อสินค้าฉลากรักษ์โลกกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของภาคค้าปลีกไทย

ผลการดำเนินงานปี 2567

สินค้าเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย
กลุ่มสินค้าหลักที่ได้รับการประเมินด้านความปลอดภัยและสุขภาพ
ร้อยละ100
ยอดขายสินค้า Healthiful (บาท)
ยอดขายสินค้า OTOP (บาท)