การสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน

ความสำคัญ

การสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความเข้าใจในบริบททางสังคมและเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ การดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนจำเป็นต้องมีความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่นเอง อย่างไรก็ตาม การตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของชุมชน ตลอดจนการรักษาความต่อเนื่องของโครงการในระยะยาว อาจต้องเผชิญกับข้อจำกัดบางประการ เช่น ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ความแตกต่างด้านวัฒนธรรม และการสื่อสารที่อาจยังไม่ทั่วถึง ซึ่งอาจส่งผลต่อการมีส่วนร่วมและความไว้วางใจระหว่างองค์กรและชุมชน นอกจากนี้ การพัฒนาสินค้าท้องถิ่นให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ ทั้งในด้านคุณภาพ มาตรฐาน และการเข้าถึงช่องทางการจำหน่าย ยังเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่สำคัญในการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน

แม้จะมีความท้าทาย แต่การสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนก็เปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถพัฒนาแนวทางการดำเนินงานที่ส่งเสริมความยั่งยืนและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว การมีส่วนร่วมกับชุมชนช่วยให้เซ็นทรัล รีเทล เข้าใจความต้องการและปัญหาที่แท้จริง ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโครงการที่ตอบโจทย์ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและโอกาสทางธุรกิจที่สร้างรายได้ขององค์กร สร้างความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้เสีย และส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนโดยความร่วมมือระหว่างธุรกิจและชุมชน โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้าท้องถิ่น ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรในพื้นที่ และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

เพื่อให้การสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง เซ็นทรัล รีเทล ได้ดำเนินการสร้างแผนเชิงกลยุทธ์ที่ยั่งยืน โดยเน้นการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด การลงทุนในระบบการควบคุมคุณภาพ และสนับสนุนองค์ความรู้และการพัฒนาทักษะให้แก่ชุมชน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง รวมทั้งการจัดแคมเปญการตลาดเฉพาะกลุ่มเพื่อกระตุ้นการรับรู้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้กับลูกค้า และการสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจท้องถิ่น เพื่อสร้างงานและรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างองค์กรและชุมชน นำไปสู่การเติบโตร่วมกันทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ในขณะเดียวกันยังสามารถเสริมสร้างความแตกต่างที่โดดเด่น เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในระยะยาว ส่งเสริมการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และได้รับความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้เสีย

แนวทางการบริหารจัดการ

กรอบการดำเนินงานการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน

คณะทำงานด้านความยั่งยืนมีหน้าที่รายงานผลการดำเนินงานด้าน ESG ของ เซ็นทรัล รีเทล ต่อผู้บริหารและคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอในทุก ๆ ปี โดยตัวแทนเจ้าหน้าที่ทางด้าน ESG และเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนทำหน้าที่รับผิดชอบในการนำแผนการพัฒนาชุมชนและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไปบูรณาการให้สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานทางด้านการสร้างคุณค่าร่วม ซึ่งรวมถึงการจัดหาผลิตภัณฑ์จากแหล่งชุมชน การร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่น และการส่งเสริมให้พนักงานจัดทำโครงการอาสาเพื่อชุมชนในระดับการปฏิบัติงานโดยการแบ่งปันความรู้กับชุมชน และเสนอแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น พร้อมทั้งการปฏิบัติตามนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมของ เซ็นทรัล รีเทล เพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นใจต่อการสื่อสารและความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพในทุกระดับเพื่อสนับสนุนโครงการเหล่านี้

นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม

นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังคงยึดมั่นในจุดยืนบนแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วม (CSV) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และชุมชนต่าง ๆ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงและการเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างทางเลือกและโอกาสที่ดีขึ้นให้กับทุกคน ผ่าน 6 กลยุทธ์หลัก ดังนี้

Community - การพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน

การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน มุ่งเน้นการดำเนินกิจกรรมเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ นำไปสู่การสร้างรายได้ที่มั่นคงและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนของกลุ่มเกษตรกรและผู้ผลิตสินค้าพื้นเมือง โดยดำเนินการสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละชุมชนในหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย

  1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนด้านการออกแบบสินค้า การออกแบบหีบห่อบรรุจัณฑ์ และมาตรฐานความปลอดภัย
  2. การลงทุนและพัฒนาอาคาร
  3. การรับซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อนำมาจำหน่ายในช่องทางโมเดิร์นเทรด
  4. การสนับสนุนการขนส่ง
  5. การสนับสนุนการทำการตลาดและช่องทางการสื่อสาร
  6. แนะนำความรู้ทางธุรกิจ

มากไปกว่านั้นยังได้มีการดำเนินงานโดยมุ่งเน้นในการลดความเหลื่อมล้ำ ให้โอกาสทุกคนในสังคม พัฒนาองค์รวมในทุกมิติ มุ่งสู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้ และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืน ที่ประกอบด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่เน้นเชิดชูมรดกทางประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่เน้นการมอบประสบการณ์ด้านธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

Inclusion - ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม

เซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงโอกาส โดยเฉพาะด้านการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนที่ต้องการการสนับสนุนเป็นพิเศษ ผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพและการจัดกิจกรรมทางสังคมเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ส่งเสริมการศึกษาให้เยาวชนที่ขาดโอกาสให้มีความรู้ความสามารถทัดเทียมสากล ผ่านศูนย์การเรียนรู้ 8 ด้าน และสนับสนุนครูผู้สอนให้มีทักษะการโค้ช ลดการเรียนการสอนแบบท่องจำ รวมถึงส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมผ่านโครงงานคุณธรรม

Talent - พัฒนาศักยภาพที่เป็นเลิศของบุคลากร

เซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นที่จะพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพและความเป็นเลิศ โดยส่งมอบความรู้และทักษะในการทำงาน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมสมดุลชีวิตและการทำงาน (work-life balance) เพื่อสร้างสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น การศึกษา ฝึกอบรม ดูงานต่างประเทศ กิจกรรมสันทนาการ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อสร้างความเคารพในความหลากหลายภายในองค์กร ซึ่งการพัฒนาบุคลากรอย่างรอบด้านนี้ จะนำไปสู่ความก้าวหน้าและความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว

Circularity - ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

เซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นขับเคลื่อนโลกสีเขียวอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนธุรกิจในเครือให้บูรณาการนโยบายด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน รวมถึงระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และการจัดการของเสียผ่านกระบวนการใช้ซ้ำ หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ และการผลิตใหม่

Climate - การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อีกหนึ่งเป้าหมายในการเป็น Net Zero ภายในปี 2593 หรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจในกลุ่ม มุ่งผลักดันทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานในกลุ่มธุรกิจ ซึ่งรวมไปถึงผู้บริหารระดับสูง คู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตร ให้คำนึงถึงการบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของโลก

Nature – การอนุรักษ์ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

เซ็นทรัล รีเทล ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อความยั่งยืน โดยดำเนินโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนและฟื้นฟูด้วยการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การปลูกป่าอนุรักษ์ต้นน้ำ การป้องกันไฟป่า และโครงการ Central Green เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง ลดฝุ่นควัน และสร้างพื้นที่สันทนาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ

เซ็นทรัล ทำ

กระบวนการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Values)

Care for the Community ซึ่งเป็นหนึ่งในมิติหลักที่กำหนดในปรัชญา CRC Care คือการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยการขยายโครงการ Creating Shared Value (CSVs) ไปยังชุมชนอื่น ๆ เซ็นทรัล รีเทล ตั้งใจที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ โดยมีกรอบการดำเนินงานการสร้างคุณค่าร่วมเป็นกลยุทธ์หลักของ เซ็นทรัล รีเทล ในการดำเนินโครงการการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้เกิดผลลัพธ์ขึ้นอย่างแท้จริง ตามรายละเอียดดังนี้

1. การคัดเลือกชุมชนและสถานที่โครงการจะพิจารณาจากเกณฑ์ต่อไปนี้:
  • ศักยภาพของผลิตภัณฑ์: ชุมชนผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงและมีศักยภาพในการพัฒนา
  • มรดกทางวัฒนธรรม: ชุมชนมีความโดดเด่นทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์
  • การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม: ชุมชนมีความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
  • ความเป็นผู้นำ: ผู้นำชุมชนมีความสามารถในการทำงานร่วมกับสมาชิกในชุมชนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของชุมชน
  • ความโปร่งใส: ชุมชนมีความโปร่งใสในการดำเนินงานและการตัดสินใจ
2. การมีส่วนร่วมกับชุมชน

เซ็นทรัล รีเทล สามารถมีส่วนร่วมกับสมาชิกชุมชนและรวบรวมข้อมูลเชิงลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการสำรวจความคิดเห็น การสนทนากลุ่ม รวมถึงกลุ่มเปราะบาง และกิจกรรมการมีส่วนร่วมในการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่าโครงการและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของชุมชนจะตอบสนองต่อความต้องการและความสำคัญของแต่ละชุมชนอย่างแท้จริง

3. การบูรณาการด้านการพัฒนาชุมชนและการเพิ่มคุณค่า

การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์

  • ร่วมมือกับชุมชนในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์โดยใช้นวัตกรรมจากภูมิปัญญาและประเพณีท้องถิ่น
  • ยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นด้วยการเพิ่มมูลค่าเพื่อดึงดูดตลาดโลกมากยิ่งขึ้น

การเสริมสร้างศักยภาพ

  • แบ่งปันความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจค้าปลีกผ่านการฝึกอบรบ และการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อปรับปรุงการออกแบบผลิตภัณฑ์ เทคนิคการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการตลาดให้กับสมาชิกในชุมชน

การลงทุนด้านสถานที่และอุปกรณ์

  • สนับสนุนการลงทุนด้านสถานที่และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการผลิตและบรรจุสินค้า

การสนับสนุนช่องทางการจัดจำหน่าย

  • ใช้ประโยชน์จากช่องทางการขายที่มีอยู่เพื่อสนับสนุนและสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนผ่านห้างสรรพสินค้า แพลตฟอร์มออนไลน์ และโครงการเพื่อชุมชนต่าง ๆ เช่น โครงการชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีชีวิตยั่งยืนแม่ทา
4. การติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
  • ติดตามความคืบหน้าและผลกระทบจากโครงการต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อระบุพื้นที่ที่ต้องปรับปรุงและมั่นใจว่าจะเกิดประโยชน์ระยะยาวทั้งต่อชุมชนและเซ็นทรัล รีเทล
  • เสริมสร้างการสื่อสารและการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องกับชุมชน ผ่านการจัดกลุ่มสนทนาประจำปี เพื่อปรับโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการและบริบทที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงของชุมชน
  • จัดตั้งช่องทางการร้องเรียนเพื่อรองรับความกังวลของชุมชนและสังคม แม้ว่าจะยังไม่พบปัญหาใด ๆ ก็ตาม

โครงการสำคัญ

โครงการ เมล่อนคุณภาพ สู่การผลิตเพื่อส่งออก โดยวิสาหกิจชุมชนเมล่อนหมู่ใหญ่ร่วมใจพัฒนา ต.คู้สลอด อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา

โครงการพัฒนาชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น ผ่านการสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยสนับสนุนให้ชุมชนทำเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งเป็นการเลือกปลูกผลผลิตทางการเกษตรที่มีรายได้สูง เพิ่มความหลากหลาย ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เมล่อนที่มีคุณภาพ ภายใต้ชื่อ ‘Smile Melon’ ดำเนินงานโดยวิสาหกิจชุมชนเมล่อนหมู่ใหญ่ร่วมใจพัฒนา ต.คู้สลอด อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเซ็นทรัล รีเทล ให้การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการยกระดับศักยภาพการผลิต สร้างโรงคัดบรรจุสินค้าตามมาตรฐาน GMP สนับสนุนโรงเรือน จำนวน 7 โรงเรือน รวมถึงสนับสนุนการออกแบบบรรจุภัณฑ์และป้ายสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาด โดยวางจำหน่ายที่ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมทั้งยกระดับช่องทางการขายไปสู่ประเทศสิงคโปร์ โดยในปี 2568 มียอดสั่งซื้อเพื่อการส่งออกจำนวนกว่า 133 ตัน สร้างรายได้ให้กับชุมชนกว่า 10 ล้านบาท นอกจากนี้ ได้เปิดโครงการให้เป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาดูงานด้านการปลูกเมล่อนให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน ถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาทักษะด้านการเกษตร ช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้แก่เกษตรกรและบุคคลทั่วไปจากทั่วประเทศ ต่อยอดการพัฒนาด้านอาชีพและองค์ความรู้ โครงการได้ยกระดับพื้นที่สู่การเป็นชุมชนท่องเที่ยววิถีชุมชน สร้างรายได้เสริมจากกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยมีนักท่องเที่ยวเข้าชมเฉลี่ยประมาณ 3,000 คนต่อปี สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนแล้วกว่า 25 ล้านบาท โดยมีจำนวนสมาชิกในวิสาหกิจชุมชนกว่า 50 ครัวเรือน

งานจริงใจ มาหา..นคร ช้อปส์ของดี ส่งตรงจากชุมชนทั่วไทย งานมหกรรมที่คัดสรรสินค้าคุณภาพดี ส่งตรงจากชุมชนทั่วประเทศ

งาน ‘จริงใจ มาหา…นคร’ จัดขึ้นเพื่อรวบรวมสินค้าจากชุมชนและเกษตรกรทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด จริงใจกลางกรุง ‘From Roots to Radiance’ เชื่อมต่อผู้บริโภคในเมืองกับเกษตรกรและผู้ผลิตจากชุมชนทั่วประเทศ ยกของดีท้องถิ่นกว่า 1,000 รายการ จาก 50 ชุมชน 47 จังหวัด จำหน่ายภายใต้ท็อปส์, ไทวัสดุ และโก โฮลเซลล์ โดยจัดกิจกรรมดีต่อใจใน 7 โซน ช้อปเพลิน เดินสนุก อิ่มครบ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-13 ก.ค. 2568 ณ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยงานดังกล่าวเป็นการสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน ตอกย้ำเป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย โดยเปิดพื้นที่สร้างโอกาสให้เกษตรกรและชุมชนตัวจริงพบกับผู้บริโภคโดยตรง โดยมีผู้เข้าชมงานกว่า 114,000 คน และสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 6.5 ล้านบาท

นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ได้ดำเนินโครงการ จริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต เพื่อสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรท้องถิ่นได้นำพืชผักปลอดภัย และสินค้าขึ้นชื่อท้องถิ่นของชุมชน มาวางจำหน่ายในพื้นที่ของเซ็นทรัล รีเทล เพื่อให้เกษตรกรและผู้บริโภคมีโอกาสได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และยกระดับสินค้าท้องถิ่นอย่างมีคุณภาพ โดยในปี 2568 จริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต เปิดดำเนินการแล้ว 34 สาขา สนับสนุนเกษตรกรจำนวน 12,551 ครัวเรือน และสร้างรายได้ให้ชุมชนทั่วประเทศ กว่า 232 ล้านบาท

ผลการดำเนินงาน ปี 2567

สร้างรายได้ให้เกษตรกรและชุมชน

814
ล้านบาท

การสนับสนุนชุมชนและสังคม ในปี 2567

งบประมาณสนับสนุน
21.4
ล้านบาท
มูลค่าการบริจาค สิ่งของและบริการ
40.1
ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ รวมต้นทุนเงินเดือนพนักงานที่เกี่ยวข้อง
30.1
ล้านบาท