การบริหารทรัพยากรบุคคล

จำนวนชั่วโมงการเรียนรู้เฉลี่ยของพนักงาน

มากกว่า 24 ชั่วโมงต่อคนต่อปี

*เป้าหมายครอบคลุมเฉพาะประเทศไทย

ความสำคัญ

การบริหารทรัพยากรบุคคลเผชิญกับความท้าทายในการรักษาและพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของตลาดและเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจำเป็นต้องมีการยกระดับทักษะ (Upskilling) การสร้างสภาพแวดล้อมที่รองรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและช่วงวัย เพื่อรักษาคุณภาพการบริการลูกค้า อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการลดความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงขององค์กร

อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบเหล่านี้ก่อให้เกิดโอกาสในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเซ็นทรัล รีเทล ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยี เช่น การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การพัฒนาเส้นทางอาชีพภายในเพื่อเพิ่มแรงจูงใจและความผูกพันของพนักงาน การส่งเสริมความเข้าใจในพหุวัฒนธรรมเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ การจัดสวัสดิการที่ครอบคลุมเพื่อสนับสนุนสุขภาพและความสมดุลในชีวิตและการทำงาน ซึ่งช่วยลดอัตราการลาออก ลดต้นทุนจากการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เซ็นทรัล รีเทล จึงมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรอบด้าน ขณะเดียวกัน เซ็นทรัล รีเทล ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย โดยครอบคลุมทั้งพนักงานสัญญาจ้างและพนักงานพาร์ทไทม์ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของเสถียรภาพและการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการ

เซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นในการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างรอบด้าน เพื่อให้พนักงานได้รับทักษะ การสนับสนุน และแรงจูงใจที่จำเป็นต่อการเติบโตทั้งในระดับบุคคลและวิชาชีพ โดยการปรับกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ เซ็นทรัล รีเทล มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน และสร้างกำลังคนที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการเติบโตของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เซ็นทรัล รีเทล ได้กำหนดกรอบกลยุทธ์ที่สนับสนุนการพัฒนาทักษะ การเสริมสร้างขีดความสามารถ และการเติบโตในสายอาชีพ ซึ่งรวมถึงการให้ประสบการณ์การทำงานจริง การฝึกอบรมที่ครอบคลุม การระบุช่องว่างของทักษะ และการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารและพนักงาน นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ได้จัดตั้งฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างยั่งยืน ในการบริหารดูแล เพื่อส่งเสริมการสื่อสารและการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและเปิดกว้างสำหรับทุกคน ผ่านโครงการพัฒนาอาชีพและการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน เซ็นทรัล รีเทล มั่นใจว่าพนักงานจะได้รับทักษะ ความยืดหยุ่นในการทำงาน และแรงจูงใจที่จำเป็นในการขับเคลื่อนความสำเร็จในระยะยาว และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

โดยในการฝึกอบรมให้กับพนักงาน มีกระบวนการพัฒนาแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่

  1. การพัฒนาศักยภาพพนักงานใหม่ (Onboarding Program) เสริมสร้างศักยภาพของพนักงานใหม่เพื่อให้สามารถปรับตัวและทำงานร่วมกับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. การพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน (Functional Program) พัฒนาทักษะเฉพาะทางที่จำเป็นสำหรับบทบาทงานโดยเฉพาะ
  3. การพัฒนาขีดความสามารถหลักและความเป็นผู้นำ (Core & Leadership Program) เสริมสร้างสมรรถนะที่สำคัญและคุณลักษณะความเป็นผู้นำสำหรับพนักงานทุกคน

การเตรียมความพร้อมให้พนักงานใหม่ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาร่วมงานถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาบุคลากร เซ็นทรัล รีเทล จึงได้ออกแบบ Onboarding Program ที่มุ่งเน้นการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 180 วันแรก โดยครอบคลุมข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร ตลอดจนความรู้และทักษะที่จำเป็นในการทำงานเพื่อความก้าวหน้าในสายอาชีพและช่วยลดระยะเวลาการปรับตัว เสริมสร้างความมั่นใจ และปลูกฝังความผูกพันของพนักงานกับองค์กรตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมทั้งช่วยยกระดับขีดความสามารถในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ เซ็นทรัล รีเทล สามารถสร้างทีมงานที่มีศักยภาพสูงและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในระยะยาว Onboarding Program ไม่ใช่เพียงแค่กระบวนการต้อนรับ แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง

เซ็นทรัล รีเทล ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาขีดความสามารถและทักษะความเป็นผู้นำในทุกระดับของพนักงาน จึงได้ทำการวิเคราะห์ช่องว่างเพื่อระบุทักษะและศักยภาพที่จำเป็นสำหรับพนักงาน และเป็นทักษะที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของธุรกิจ โดยกำหนดกลยุทธ์ด้านการพัฒนาศักยภาพพนักงานผ่าน 10 กลุ่มหลักสูตร การจัดอบรมนี้ดำเนินการโดย CRC Academy ทั้งในรูปแบบห้องอบรม และการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของเซ็นทรัล รีเทล ซึ่งแนวทางนี้ช่วยให้เกิดการพัฒนาอย่างรอบด้านและเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้กับพนักงานเพื่อความสำเร็จขององค์กร

นอกจากการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาความเป็นผู้นำ (Leadership) และการพัฒนาทักษะทางสังคมและความสามารถเชิงสมรรถนะ (Soft Skills) อย่างรอบด้านแล้ว เซ็นทรัล รีเทล ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะเฉพาะด้านที่มีความแตกต่างหลากหลายภายในองค์กร และเพื่อให้มีการฝึกอบรมที่ครอบคลุมสำหรับพนักงานที่ทำงานใน 6 ส่วน ได้แก่ ฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายการตลาด ฝ่าย Omnichannel ฝ่ายเทคโนโลยี และฝ่าย Property เซ็นทรัล รีเทล จึงได้พัฒนาแผนการฝึกอบรมเพื่อสรุปหลักสูตรการฝึกอบรมที่กำหนดเป้าหมาย กิจกรรมกลุ่ม การฝึกภาคปฏิบัติ และการให้คำปรึกษา ตามความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดของแผนการฝึกอบรมที่สามารถวัดผลได้

โดยปัจจุบัน เซ็นทรัล รีเทล ได้จัดทำแผนการฝึกอบรมที่มีจำนวนมากกว่า 200 หลักสูตร เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกันระหว่างสายงาน โดยแผนงานการฝึกอบรมได้เปิดตัวตั้งแต่ปี 2566 รวมถึงขยายขอบเขตแผนการฝึกอบรม และเพิ่มความหลากหลายของหลักสูตรให้ครอบคลุมทุกมิติของทุกกลุ่มธุรกิจ

เพื่อสนับสนุนหลักสูตรการฝึกอบรมและเสริมสร้างความร่วมมือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เซ็นทรัล รีเทล ได้จัดให้มีเครือข่ายของพนักงานข้ามหน่วยธุรกิจในการพัฒนาศักยภาพพนักงาน ตั้งแต่ระบบปัญญาประดิษฐ์ไปจนถึงการบริหารทรัพยากรบุคคล เครือข่ายเหล่านี้ไม่เพียงสร้างสังคมระหว่างพนักงานเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมแนวคิดเชิงกลยุทธ์และมุมมองเชิงลึกข้ามหน่วยธุรกิจ ตลอดจนยกระดับศักยภาพด้านภาวะผู้นำอีกด้วย ตัวอย่างเช่น การสร้างองค์ความรู้ด้านทรัพยากรบุคคลโดยเชื่อมโยงทีมทรัพยากรบุคคลจากหน่วยธุรกิจต่าง ๆ เพื่อปลูกฝังความร่วมมือและการเรียนรู้ร่วมกัน เพิ่มคุณค่าทางกลยุทธ์ และพัฒนาผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลที่พร้อมสำหรับอนาคต

เซ็นทรัล รีเทล จัดให้มีโครงการด้านการเรียนรู้ทางวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้และขยายมุมมองให้แก่พนักงานที่ทำงานในสภาพแวดล้อมพหุวัฒนธรรมและหลายช่วงวัย ผ่านหลักสูตร การทำงานข้ามวัฒนธรรมและหลายช่วงวัย (Cross-Cultural & Multi-Generational Training) ผู้เข้าร่วมจะเข้าร่วมการอบรมแบบมีวิทยากรกำกับเพื่อสำรวจความหลากหลายทางวัฒนธรรมและช่วงวัย โดยเฉพาะประเด็นค่านิยม มุมมอง และความแตกต่าง เพื่อเพิ่มพูนการตระหนักรู้และลดความเข้าใจคลาดเคลื่อน จากนั้นจะร่วมกันพัฒนากลยุทธ์การสื่อสาร แนวทางการทำงานของทีม และการอยู่ร่วมกัน เพื่อรับมือกับความแตกต่างด้านรูปแบบการสื่อสาร ค่านิยมในการทำงาน และปัจจัยขับเคลื่อนแรงจูงใจ ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์ ครอบคลุมและการมีส่วนร่วม และขับเคลื่อนประสิทธิผลในระยะยาว นอกจากนี้ พนักงานชาวต่างชาติยังได้รับการอบรม Cross-Cultural Training เพื่อสนับสนุนการปรับตัวให้ประสบความสำเร็จในบริบทวัฒนธรรมใหม่ ด้วยการทำความเข้าใจบรรทัดฐานท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้นและก้าวข้ามความท้าทายทางวัฒนธรรม

การดำเนินการเชิงกลยุทธ์และการจัดการผลกระทบ

เซ็นทรัล รีเทล ได้กำหนดค่านิยมหลักขององค์กร I-CARE ที่ครอบคลุมการดำเนินงานที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียวกัน ได้แก่ 1) การปลูกฝังและขยายผลค่านิยมหลักขององค์กรสู่นโยบายและกลยุทธ์ธุรกิจ 2) การบ่มเพาะและสร้างความชำนาญเพื่อพัฒนาโครงการสร้างเสริมศักยภาพพนักงาน และ 3) เพิ่มความตระหนักและความเข้าใจเพื่อบูรณาการความหลากหลาย ความเสมอภาค และการอยู่ร่วมกัน สู่กระบวนการทำงาน

เซ็นทรัล รีเทล เน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่วัดผลได้ ควบคู่กับการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยมีโครงการสำคัญที่ครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ การเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้พิการ ไปจนถึงการสนับสนุนสิทธิของกลุ่ม LGBTQ+ ผ่านการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้และการจ้างงานที่ครอบคลุม พร้อมการจ้างงานผู้สูงอายุและผู้พิการอันช่วยให้เกิดโอกาสที่แท้จริง และเพิ่มพูนความหลากหลายภายในองค์กร

ความหลากหลาย ความเสมอภาค และการอยู่ร่วมกัน

การส่งเสริมความหลากหลาย ความเสมอภาค และการอยู่ร่วมกัน (DEI) ในองค์กรสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและนวัตกรรมใหม่ ๆ เนื่องจากพนักงานที่มีมุมมองและประสบการณ์ที่หลากหลายสามารถพัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจที่ตอบสนองลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ครอบคลุมช่วยให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร เพิ่มความผูกพันของพนักงาน ลดอัตราการลาออก และดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพ การดำเนินงานที่ยึดมั่นในหลัก DEI ยังช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและข้อร้องเรียน และส่งเสริมการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจเพื่อเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรและความยั่งยืนในระยะยาว

เซ็นทรัล รีเทล มีความตั้งใจแน่วแน่ในการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานและปลูกฝังค่านิยมในการยอมรับความหลากหลาย ความเสมอภาค และการอยู่ร่วมกัน ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและกลยุทธ์ขององค์กร รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานสำหรับพนักงานและพันธมิตรทางธุรกิจ เซ็นทรัล รีเทล ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและคุ้มครองพนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย โดยต่อต้านการเลือกปฏิบัติ ทั้งการคุกคามทางเพศและการคุกคามในรูปแบบอื่น ๆ โดยเด็ดขาดในทุกกรณี โดยกำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน และมีมาตรการแก้ไขเยียวยาไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้แน่ใจว่ามีความยุติธรรมและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม นโยบายนี้ถือเป็นแกนหลักของ DEI เพื่อปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของบุคคลทุกคนภายในองค์กร

จุดมุ่งหมายของ เซ็นทรัล รีเทล คือการก้าวสู่ความเป็นเลิศในฐานะสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม (A Great Place to Work) ซึ่งยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการและกิจกรรมที่เชื่อมโยงพนักงานให้มีความเข้าใจในความแตกต่างและลดความแตกต่างนั้นได้อย่างแท้จริง ความพยายามเหล่านี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการเป็น ศูนย์กลางชีวิตของทุกคน (Central to Life) ด้วยการสนับสนุนและยกระดับความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันในทุกระดับขององค์กร

การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการสร้างคุณค่าร่วม

เซ็นทรัล รีเทล เชื่อว่าการประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดอย่างใกล้ชิด ด้วยช่องทางการสื่อสารที่โปร่งใส ทำให้เซ็นทรัล รีเทล สามารถแจ้งข้อมูลและการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ ข้อเสนอแนะต่างๆ ช่วยให้เซ็นทรัล รีเทล สามารถปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนและส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้เซ็นทรัล รีเทล ยังได้มีการสำรวจความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรเป็นประจำทุกปี โดยใช้มาตรวัดลิเคิร์ท 7 ระดับ ในการทำแบบสอบถาม และครอบคลุมประเด็นด้านความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

การบริหารผลการปฏิบัติงานของพนักงาน

เซ็นทรัล รีเทล ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาศักยภาพและความสำเร็จของพนักงานผ่านการบริหารผลปฏิบัติงานของพนักงานที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยกระบวนการดังกล่าวครอบคลุมพนักงานทุกคน และดำเนินการเป็นประจำทุกปี ในช่วงเริ่มต้นของแต่ละรอบ พนักงานจะต้องกำหนดเป้าหมายส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของทีมและกลยุทธ์ขององค์กร โดยในช่วงกลางปีหัวหน้างานจะทำการพูดคุยกับพนักงานเป็นลักษณะรายบุคคลเพื่อติดตามความคืบหน้า ระบุความต้องการด้านการสนับสนุน และหารือถึงโอกาสในการก้าวหน้าในสายงานของตน การประเมินผลในช่วงปลายปีจะให้การประเมินอย่างครอบคลุมถึงความสำเร็จส่วนบุคคลและด้านที่ควรพัฒนา เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานจะได้รับข้อเสนอแนะที่ละเอียดและสร้างสรรค์ ซึ่งกระบวนการนี้ดำเนินการตลอดทั้งปีโดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการกับความท้าทายที่เกิดขึ้นใหม่และสร้างโอกาสที่จะเติบโตในสายงาน ดังนั้นพนักงานจะได้รับการทบทวนผลการปฏิบัติงานอย่างน้อยสองครั้งต่อปี ด้วยแนวทางที่มีโครงสร้างชัดเจนในแต่ละรอบเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร

ในการพัฒนาโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานที่มีประสิทธิภาพ เซ็นทรัล รีเทล จำเป็นต้องทำการวิเคราะห์ผลการปฏิบัติงานของพนักงานอย่างละเอียด เพื่อระบุว่าพนักงานยังขาดทักษะในส่วนใดในการดำเนินงานเพื่อบรรลุตามเป้าหมายขององค์กร นอกจากนี้โครงการควรกำหนดวัตถุประสงค์และตัวชี้วัดอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถประเมินประสิทธิผลและคุณค่าของการฝึกอบรมได้อย่างเป็นรูปธรรมและวัดผลได้

แนวทางเพิ่มเติมในการให้คำแนะนำเฉพาะบุคคลเพื่อยกระดับผลการปฏิบัติงานของพนักงาน คือการจัดให้มีโอกาสด้านการโค้ชและการเป็นพี่เลี้ยง โดยบริษัทมุ่งเสริมสมรรถนะด้านภาวะผู้นำ การโค้ช และการเป็นพี่เลี้ยงของพนักงานอาวุโสในบทบาทบริหารเป็นลำดับแรก ผ่านการจำลองสถานการณ์การโค้ชและการเป็นพี่เลี้ยง กิจกรรมแลกเปลี่ยน และการแบ่งปันภาวะผู้นำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งบูรณาการสถานการณ์การโค้ชและการเป็นพี่เลี้ยงที่เน้นประเด็นความยั่งยืนให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวขององค์กร ภายหลังผ่านโปรแกรมดังกล่าว พนักงานอาวุโสจะถูกจับคู่กับพนักงานรุ่นใหม่เพื่อเอื้อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ด้านการพัฒนาสายอาชีพ ผ่านการจับคู่ตามทักษะ แผนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล เวิร์กช็อปและสัมมนา ตลอดจนช่วงให้ข้อเสนอแนะเป็นระยะ (Feedback Sessions)

นโยบายการพัฒนาบุคลากร

ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

เซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นในการสร้างสถานที่ทำงานที่สร้างความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ความผูกพันในองค์กร และสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนให้พนักงานสามารถก้าวหน้าได้ เพื่อให้บรรยากาศการทำงานมีความสมดุลและส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน เซ็นทรัล รีเทล ได้จัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการที่ประกอบด้วยตัวแทนจากทั้งพนักงานและนายจ้าง เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานได้รับสวัสดิการที่เป็นธรรม ครอบคลุม และสอดคล้องกับความต้องการของพนักงาน เซ็นทรัล รีเทล มุ่งเน้นการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีในด้านจิตใจ อารมณ์ การเงิน และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร เมื่อให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน จึงมั่นใจได้ว่าพนักงานจะรู้สึกมีคุณค่า ได้รับแรงจูงใจ และมีกำลังใจที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มความผูกพันของพนักงานเพิ่มขึ้น การทำงานที่มีประสิทธิผลที่เพิ่มขึ้น และสร้างความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว โดย เซ็นทรัล รีเทล ได้มีการสนับสนุนสวัสดิการเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ดังนี้

  • การทำงานที่ยืดหยุ่น

    พนักงานจะได้รับความยืดหยุ่นในการทำงานตามความเหมาะสมหากมีความจำเป็น หรือตามแต่ที่ได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาเป็นคราว ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานของพนักงาน และตอบสนองต่อความต้องการของคนทำงานยุคใหม่

  • การทำงานแบบทางเลือก

    เซ็นทรัล รีเทล เปิดโอกาสให้พนักงานใหม่ที่มองหางานพาร์ทไทม์ หรือผู้ที่ต้องการทำงานกับเซ็นทรัล รีเทล แต่มีภาระหน้าที่ส่วนตัวอื่นๆ สามารถเลือกทำงานในรูปแบบพาร์ทไทม์ได้ รวมทั้งพนักงานปัจจุบันที่กำลังจะเกษียณอายุก็สามารถมีโอกาสเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นแบบพาร์ทไทม์ได้ตามความสมัครใจ

  • สิทธิประโยชน์สำหรับครอบครัว

    เซ็นทรัล รีเทล ได้เสริมสร้างสิทธิประโยชน์ด้านครอบครัวเพื่อสนับสนุนพนักงานในทุกช่วงของชีวิต ครอบคลุมตั้งแต่ห้องพยาบาลสำหรับการปั๊มนมบุตรที่ออกแบบให้ปลอดภัยและสะดวกสบาย ไปจนถึงสถานที่สำหรับพื้นที่เล่นเพื่อพัฒนาทักษะของเด็ก ทุนการศึกษาสำหรับบุตรของพนักงานที่มีรายได้น้อย พร้อมเงื่อนไขที่ส่งเสริมพฤติกรรมและผลการเรียนที่ดี การลาเลี้ยงดูบุตรโดยยังคงได้รับค่าจ้างทั้งพนักงานชายและหญิง เพื่อส่งเสริมความสมดุลระหว่างงานและครอบครัว โดยให้สิทธิแก่ผู้ดูแลหลักเป็นเวลา 60 วัน และผู้ดูแลที่ไม่ใช่ผู้ดูแลหลักเป็นเวลา 15 วัน สวัสดิการนี้ช่วยสนับสนุนและรักษาพนักงานในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต

  • การจัดพื้นที่สนับสนุนเพื่อการดูแลพนักงาน

    เซ็นทรัล รีเทล ได้จัดพื้นที่สนับสนุนการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ได้แก่ ห้องละหมาด เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของพนักงาน ภายในสำนักงานและศูนย์การค้าต่าง ๆ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม ให้พนักงานทุกคนสามารถปฏิบัติตามศาสนกิจได้สะดวก

  • โปรแกรมด้านกีฬาและสุขภาพ

    เซ็นทรัล รีเทล จัดให้มีสถานที่ออกกำลังกายที่มีอุปกรณ์ทันสมัยในสำนักงาน รวมถึงชั้นเรียนโยคะและซุมบ้าที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ นอกจากนี้ ยังมีการให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพประจำเดือน เช่น การดูแลตาและหู การป้องกันออฟฟิตซินโดรม การดูแลสุขภาพกาย ใจและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การลดความเครียด เป็นต้น

  • การดูแลสุขภาพจิต

    เซ็นทรัล รีเทล ยังคงดำเนินโครงการ iSTRONG ในการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต โดยเพิ่มความสะดวกให้พนักงานผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น สายด่วนสุขภาพจิต 24 ชั่วโมง การประเมินสุขภาพจิต รวมถึงศูนย์การเรียนรู้เพื่อช่วยดูแลสุขภาพจิตแบบครบวงจร

  • สิทธิประโยชน์ด้านการเงิน

    เซ็นทรัล รีเทล ให้ความสำคัญต่อการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน โดยมีโครงการด้านการเงินที่หลากหลาย เช่น เงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านหรือทรัพย์สินจากภัยพิบัติ เงินกู้จำเป็นเร่งด่วนกรณีพนักงานประสบภัยพิบัติ การเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์สำหรับพนักงานห้างเซ็นทรัล สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อช่วยเหลือพนักงานสำหรับการครองชีพและสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

  • การวางแผนหลังเกษียณอายุ

    เซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นที่จะเตรียมความพร้อมให้พนักงานในการวางแผนชีวิตและการเงิน โดยเน้นการสร้างความรู้และความเข้าใจในเรื่องการบริหารทางการเงินระยะยาว โครงการนี้มุ่งสนับสนุนให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนล่วงหน้าสำหรับอนาคต ทั้งการจัดทำงบประมาณ การลงทุน และการเตรียมตัวสำหรับชีวิตหลังเกษียณผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การสัมมนากับผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน การให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล และการแบ่งปันประสบการณ์จากผู้ที่ประสบความสำเร็จในการวางแผนชีวิต

โครงการสำคัญ

สถาบันพัฒนาทักษะปัญญาประดิษฐ์ (AI Academy)

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัล เซ็นทรัล รีเทล ได้มองเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการเตรียมความพร้อมให้บุคลากรก้าวทันยุคสมัย จึงได้ริเริ่มก่อตั้ง ‘สถาบันพัฒนาทักษะปัญญาประดิษฐ์’ หรือ AI Academy ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของพนักงานทุกระดับ โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน

AI Academy ได้วางรากฐานการดำเนินงานบนสามเสาหลักที่เชื่อมโยงกัน เริ่มต้นด้วยการสร้างความตระหนักรู้ ซึ่งมุ่งเน้นการให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ AI แก่พนักงานทุกคนในองค์กร เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ ขั้นตอนต่อมาคือการสนับสนุนการนำ AI ไปใช้จริง ผ่านการจัดหลักสูตรที่หลากหลาย การพัฒนาเครื่องมือที่เหมาะสม และการสร้างชุมชนการเรียนรู้ที่เอื้อให้พนักงานสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในงานประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสาหลักสุดท้ายคือการส่งเสริมความร่วมมือ โดยเปิดพื้นที่ให้พนักงานจากสายงานต่างๆ ได้มาแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี ร่วมกันพัฒนาโครงการ และสร้างนวัตกรรมข้ามสายงานที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร

ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินการพัฒนาทักษะด้าน AI ให้กับพนักงานจำนวนกว่า 20,000 คน ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายและครอบคลุมทุกรูปแบบการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็น e-Learning สำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเรียนรู้, AI Classes สำหรับผู้ที่ต้องการเจาะลึกเนื้อหาเฉพาะ, Live Talks เพื่อติดตามความรู้ใหม่ๆ จากผู้เชี่ยวชาญ, AI Community สำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และ AI Project Challenge ที่เปิดโอกาสให้ได้ลงมือปฏิบัติจริง โดยมี โครงการ ‘CFG Innovation Day’ เป็นเวทีให้พนักงานในกลุ่มธุรกิจอาหารได้แสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนานวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับกระบวนการทำงาน โดยมีการมอบรางวัลเพื่อยกย่องผลงานที่โดดเด่น โครงการดังกล่าวช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นนวัตกรรม และนำไปสู่การได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจากรางวัล IDC Future Enterprise Awards 2025 ในสาขา ‘Best in New Ways of Work’ ซึ่งสะท้อนความสำเร็จของเซ็นทรัล รีเทล ในการนำ AI มาเสริมประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากรบุคคล สร้างความคล่องตัวขององค์กร และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

การพัฒนาและส่งเสริมพนักงานผู้มีศักยภาพสูงเพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ (Talent)

เซ็นทรัล รีเทล ให้ความสำคัญกับการพัฒนา Top Talent อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการพัฒนาผู้บริหาร (Management Development Program) ปี 2568 ซึ่งบูรณาการองค์ความรู้ด้าน AI ความเข้าใจเชิงธุรกิจ และนวัตกรรม โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 30 คนได้นำเครื่องมือ AI ไปประยุกต์ใช้จริงผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติ การทำโจทย์กรณีศึกษาทางธุรกิจ การให้คำปรึกษา (Mentoring) และการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้บริหารระดับสูง ส่งผลให้เกิดกรณีการใช้งาน AI (AI Use Cases) ที่กำลังขยายผลไปยังหน่วยธุรกิจต่าง ๆ นอกจากนี้ Top Talent ทุกคน (100%) ได้จัดทำแผนพัฒนาเส้นทางอาชีพรายบุคคล โดยใช้การประเมินที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อออกแบบเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลและยั่งยืน

ผลการดำเนินงานปี 2567

การฝึกอบรมพนักงาน

ชั่วโมงการฝึกอบรมเฉลี่ยของพนักงาน

23.0
ชั่วโมง/คน/ปี
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการฝึกอบรมพนักงาน

3,307
บาท/คน/ปี
ผลตอบแทนจากการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์

1.63

การฝึกอบรมพนักงาน

ระดับของพนักงาน
25.2
ผู้บริหารระดับสูง
ชั่วโมง/คน/ปี
32.0
พนักงานอาวุโส
ชั่วโมง/คน/ปี
28.6
ผู้จัดการ
ชั่วโมง/คน/ปี
21.4
พนักงานทั่วไป
ชั่วโมง/คน/ปี
เพศ
25.3
ชาย
ชั่วโมง/คน/ปี
21.6
หญิง
ชั่วโมง/คน/ปี
สัดส่วนของพนักงานที่ได้รับการประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อวางแผนการพัฒนา

ร้อยละ100
ของพนักงานทั้งหมด

สัดส่วนค่าตอบแทนของพนักงานหญิงต่อพนักงานชายโดยเฉลี่ย

ตามผลการสำรวจประจำปีของบริษัทฯ จากผู้เข้าร่วมการสำรวจจำนวน 27,890 คน (เพศหญิงร้อยละ 60 เพศชายร้อยละ 40%) พบว่าร้อยละ 82 ของพนักงานเพศหญิงแสดงความเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับการทำงาน โดยยืนยันว่าบริษัทฯ มีการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย

ซึ่งอัตราส่วนประจำปีของค่าตอบแทนเฉลี่ยระหว่างพนักงานหญิงและชายอยู่ที่ 0.93-1.05 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการให้ค่าตอบแทนที่เท่าเทียม