การบริหารจัดการทรัพยากร

ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อรายได้ ร้อยละ 30 ภายในปี 2573
ลดขยะที่ถูกนำไปฝังกลบ ร้อยละ 30 ภายในปี 2573

ความสำคัญ

การดำเนินธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายจากการขาดแคลนและการเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการขาดความต่อเนื่องในการจัดหาวัตถุดิบ การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ความล่าช้าในการส่งมอบสินค้า คุณภาพสินค้าที่ลดลง และความเสี่ยงด้านกฎหมายและข้อร้องเรียนต่อการจัดการมลพิษและของเสีย

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ได้นำมาซึ่งโอกาสในการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การลดต้นทุนจากการประหยัดพลังงานและน้ำ การประยุกต์ใช้นวัตกรรมสีเขียว การคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เน้นความยั่งยืน รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการจัดการขยะและเพิ่มการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการเข้าถึงแหล่งทุนใหม่ ๆ

แนวทางการบริหารจัดการ

เซ็นทรัล รีเทล-กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมการบริหารจัดการทรัพยากรต่าง ๆ ได้แก่นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แนวปฏิบัติด้านการลดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ แนวปฏิบัติด้านการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร นโยบายเหล่านี้เป็นแนวทางให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียในทุกหน่วยธุรกิจ เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกัน นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังได้มีแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐานในระดับสากล โดย ออฟฟิศเมท โลจิสติกส์ ในเครือของเซ็นทรัล รีเทล ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001:2015 ซึ่งเป็นมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม

เซ็นทรัล รีเทล ได้กำหนดกลยุทธ์ ReNEW โดยใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนและแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการบริหารจัดการพลังงาน น้ำ บรรจุภัณฑ์ และของเสีย รวมถึงการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมทั้งให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมแก่พนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านโปรแกรมฝึกอบรมที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดหาอย่างรับผิดชอบ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างพนักงาน คู่ค้า และลูกค้า เพื่อผลักดันให้เกิดการดำเนินงานร่วมกันและสร้างผลกระทบที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม
แนวปฏิบัติด้านการลดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์
แนวปฏิบัติด้านการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร
โปรแกรมอบรมด้านสิ่งแวดล้อม

การจัดการพลังงาน

เซ็นทรัล รีเทล ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการประสิทธิภาพพลังงานในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน จึงได้กำหนดแผนการดำเนินงานการจัดการพลังงาน เพื่อลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เซ็นทรัล รีเทล ได้ดำเนินมาตรการด้านการจัดการพลังงานอย่างครอบคลุม โดยมีการตรวจสอบการใช้พลังงานในร้านค้าและคลังสินค้าเพื่อประเมินรูปแบบการใช้พลังงาน ซึ่งในปี 2567 บริษัทได้ทำการตรวจสอบการใช้พลังงานในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสัน จำนวน 26 สาขา ผลการตรวจสอบพบว่าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 3 มีการใช้พลังงานสูงสุด โดยส่วนใหญ่มาจากระบบทำความเย็นและการทำงานของระบบปรับอากาศภายในอาคาร และดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น ควบคู่ไปกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบทำความเย็น การทำงานของระบบปรับอากาศภายในอาคารอย่างเหมาะสม และการติดตั้งระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานได้ 2.90 เมกะวัตต์ชั่วโมง รวมถึงการส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พลังงานผ่านการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้พลังงาน เซ็นทรัล รีเทล มีการติดตามและประเมินผลโครงการประหยัดพลังงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการที่ดำเนินการสามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้ พร้อมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลและปรับปรุงกลยุทธ์และแผนการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงานที่สอดคล้องตามมาตรฐานสากล โดย คลังสินค้า เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป สาขาซัพพลายเชนดีซี 1 ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการพลังงาน ISO 50001:2018 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ส่งเสริมให้องค์กรปรับปรุงสมรรถนะพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดต้นทุน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากมาตรการลดการใช้พลังงานแล้ว เซ็นทรัล รีเทล ยังมุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ มาใช้ผ่านการติดตั้งโซล่าร์เซลล์ในสถานประกอบการ และขยายการใช้พลังงานสะอาดให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในระยะยาว เช่น การนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการทำงาน และศึกษาวัสดุก่อสร้างที่ช่วยประหยัดพลังงาน เพื่อให้สามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกันนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักให้แก่พนักงาน ผ่านการจัดอบรมด้านประสิทธิภาพพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายให้พนักงานสามารถนำแนวปฏิบัติที่ดีไปใช้ในกิจกรรมประจำวัน อันเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์พลังงานและความยั่งยืนในระยะยาว เซ็นทรัล รีเทล ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนามาตรการใหม่ ๆ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพพลังงานให้ดียิ่งขึ้น และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับสากล

การจัดการน้ำ

การจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เซ็นทรัล รีเทล มุ่งเน้นการลดปริมาณการใช้น้ำ ปรับปรุงคุณภาพน้ำทิ้ง และส่งเสริมการใช้น้ำหมุนเวียนเพื่อรักษาสมดุลของทรัพยากรน้ำในระยะยาว เซ็นทรัล รีเทล ได้ดำเนินมาตรการด้านการจัดการน้ำที่ครอบคลุมตั้งแต่ การประเมินการใช้น้ำและระบุพื้นที่ขาดแคลนน้ำ เพื่อตรวจสอบรูปแบบการใช้น้ำและปรับปรุงแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพ ตลอดจนกำหนดมาตรการที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่มีความต้องการใช้น้ำสูง ซึ่งในปี 2567 เซ็นทรัล รีเทล ได้ดำเนินการประเมินการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ 3 สาขาหลัก ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ในจังหวัดสุรินทร์ สกลนคร และเพชรบุรี เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว เซ็นทรัล รีเทล ได้ริเริ่มโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำใหม่ ๆ เช่น การติดตั้งโรงบำบัดน้ำเสียจากระบบชักโครก และมีแผนที่จะขยายการประเมินการใช้น้ำไปยังสาขาหลัก ๆ เพิ่มเติมในอนาคต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินมาตรการลดการใช้น้ำ ผ่านการติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำ เช่น ก๊อกน้ำอัตโนมัติและระบบสุขาภิบาลที่ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการทำความสะอาดและบำรุงรักษาให้ใช้น้ำน้อยลง อีกทั้งยังมีการรณรงค์ให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญของการลดการใช้น้ำในชีวิตประจำวันและการทำงาน

นอกจากการลดปริมาณการใช้น้ำแล้ว เซ็นทรัล รีเทล ยังให้ความสำคัญกับการปรับปรุงคุณภาพน้ำทิ้ง โดยติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้น้ำทิ้งที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และลดการใช้สารเคมีที่อาจส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำ ซึ่งในปี พ.ศ. 2567 เซ็นทรัล รีเทล ยังคงดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติทางเคมีและกายภาพของน้ำเสียจากระบบบำบัดน้ำเสีย ณ ห้างสรรพสินค้าที่บริหารงานโดย โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ อยู่ในระดับที่ยอมรับได้และเป็นไปตามกฎระเบียบท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบพบว่าคุณภาพน้ำเสียสูงกว่าระดับที่ยอมรับได้ เซ็นทรัล รีเทล จะจัดทำแผนการตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขตามความจำเป็น จนกว่าคุณภาพน้ำเสียจะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังได้มีการใช้น้ำหมุนเวียนและการรีไซเคิลน้ำ โดยนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการปฏิบัติงาน เช่น ระบบหล่อเย็น และการรดน้ำต้นไม้ เพื่อลดการใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ อีกทั้งยังส่งเสริมให้พนักงานมีความเข้าใจในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการจัดอบรมและสร้างความตระหนักเพื่อให้เกิดการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด

การจัดการบรรจุภัณฑ์

เซ็นทรัล รีเทล ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นที่จะลดปริมาณขยะจากบรรจุภัณฑ์ เพิ่มการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่และรีไซเคิลได้ รวมถึงส่งเสริมทางเลือกที่เป็นนวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้ดำเนินมาตรการด้านการจัดการบรรจุภัณฑ์ ดังนี้

  1. การยกเลิกการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

    โครงการ "Say No to Plastic Bags" เพื่อยุติการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว โดยส่งเสริมให้ใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และกำหนดนโยบายเพื่อลดและยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

  2. การเพิ่มการใช้บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้

    โครงการ "Bring Your Own Bag" ส่งเสริมให้ลูกค้าและพนักงานใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น ถุงผ้า และบรรจุภัณฑ์แบบนำกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อลดขยะจากบรรจุภัณฑ์และลดการพึ่งพาวัสดุแบบใช้แล้วทิ้ง

  3. การเพิ่มการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและสามารถรีไซเคิลได้

    โครงการ "Bag for Life" สนับสนุนการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายครั้งและสามารถรีไซเคิลได้ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ถุงเหล่านี้ได้รับการออกแบบให้มีความหนาเพิ่มขึ้นเพื่อความทนทาน ใช้งานได้หลากหลาย เมื่อใช้งานจนชำรุดหรือเสียหายแล้ว สามารถนำไปรีไซเคิลและผลิตเป็นถุงใบใหม่ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลได้ โครงการนี้ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากขยะบรรจุภัณฑ์

  4. การรวบรวมบรรจุภัณฑ์เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและอัพไซเคิล

    ร่วมมือกับองค์กรภายนอกเพื่อพัฒนาโครงการรีไซเคิลและผลิตภัณฑ์ upcycled ที่สามารถนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วมาผลิตเป็นสินค้าหรือวัสดุใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการรีไซเคิลและสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืน

  5. การวิจัยและพัฒนาโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน

    จัดสรรทรัพยากรเพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย ปรับปรุงคุณสมบัติของวัสดุรีไซเคิล และออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ใช้วัสดุน้อยลง แต่ยังคงความแข็งแรงและประสิทธิภาพในการใช้งาน

ในปี 2567 ทั้งแคมเปญ “นำถุงมาเอง” และแคมเปญ “งดใช้ถุงพลาสติก” สามารถลดการใช้ถุงแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งได้ 10,247,345 ใบ หรือขยะบรรจุภัณฑ์ 153.7 ตัน

Central Love the Earth: Beat Plastic Pollution
แปรรูปพลาสติกเหลือใช้ ลดการสร้างขยะให้เป็นศูนย์ เพิ่มคุณค่าผ่านงานดีไซน์ ต่อลมหายใจให้สิ่งแวดล้อม
การวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน

การจัดการขยะและขยะอาหาร

เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินการจัดการขยะและขยะอาหารอย่างเป็นระบบ เพื่อลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น ปรับปรุงกระบวนการจัดการขยะ และเพิ่มการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยได้มีการสำรวจและตรวจสอบขยะในแต่ละพื้นที่ครอบคลุมทุกหน่วยธุรกิจ เพื่อระบุแหล่งที่มาของขยะและวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางในการลดการเกิดขยะ ซึ่งในปี 2567 ได้มีการตรวจสอบการจัดการขยะโดยดำเนินการผ่านการสัมภาษณ์ออนไลน์ การสำรวจ ณ สถานที่ปฏิบัติงาน และแบบสอบถามที่ครอบคลุมทุกหน่วยธุรกิจ เพื่อระบุแหล่งที่มาของขยะและวิเคราะห์กลยุทธ์การลดขยะที่อาจเกิดขึ้นจากการตรวจสอบการจัดการขยะ ซึ่งพบว่าการดำเนินงานภายใต้กลุ่มธุรกิจอาหาร เป็นกลุ่มที่มีปริมาณขยะสูงสุด จากผลการประเมินดังกลว่าเซ็นทรัล รีเทล จึงได้จัดทำแผนการดำเนินงานเพื่อลดการเกิดขยะผ่านการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต การใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า และลดการใช้วัสดุที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักต่อการจัดการขยะของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย โดยจัดอบรมเพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการลดขยะในทุกขั้นตอนของการทำงาน และมีการจัดตั้งจุดคัดแยกขยะในสำนักงาน ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า เพื่อส่งเสริมให้พนักงานและลูกค้ามีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง

เซ็นทรัล รีเทล ได้ลงทุนในนวัตกรรมและการวิจัยและพัฒนา โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการลดและบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ เซ็นทรัล รีเทล ได้จัดทำแอพพลิเคชั่นสำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลขยะ เพื่อระบุแหล่งที่มาของขยะ ปริมาณขยะที่เกิดขึ้น และรูปแบบการจัดการขยะ แอปพลิเคชันนี้ช่วยให้สามารถรวบรวมข้อมูลและจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมขยะเพื่อนำกลับไปรีไซเคิล และอัพไซเคิลเพื่อเพิ่มสัดส่วนของการนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำและสร้างมูลค่าให้กับวัสดุที่เหลือใช้ รวมทั้งลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัดโดยการฝังกลบ เซ็นทรัล รีเทล ได้นำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในการจัดการขยะ เช่น พาเลทไม้ที่ใช้ในศูนย์กระจายสินค้าจะถูกส่งคืนให้แก่ผู้จำหน่ายเพื่อนำกลับไปใช้ใหม่ กล่องกระดาษจะถูกนำมาใช้ซ้ำจนกว่าจะเสื่อมสภาพและถูกส่งไปรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำ ฟิล์มพลาสติกจะถูกส่งไปรีไซเคิล นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังลงทุนร่วมกับหน่วยงานภายนอกในการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทางเลือกจากวัสดุย่อยสลายได้ เพื่อนำมาใช้ในการบรรจุผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งยังสามารถคงคุณสมบัติในการเก็บรักษาคุณภาพของอาหารไว้ได้

นอกจากการจัดการขยะจากการดำเนินงานภายใน เซ็นทรัล รีเทล แล้ว สินค้าที่เหลือจากการจำหน่าย โดยเฉพาะขยะอาหาร ซึ่งมีสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับขยะทั้งหมด เซ็นทรัล รีเทล จึงได้นำหลักการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบมาประยุกต์ใช้ในการจัดการการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร โดยเริ่มจากการรวบรวมและติดตามข้อมูลขยะอาหารแบ่งตามหมวดหมู่ เช่น เบเกอรี่ อาหารสำเร็จรูป เนื้อสด อาหารบรรจุห่อสด อาหารทะเลสด ผักและผลไม้ และของขบเคี้ยว ทำให้สามารถพัฒนาแนวทางลดขยะได้อย่างจำเพาะและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดขยะอาหารผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อระบุผลิตภัณฑ์ที่ใกล้จะหมดอายุ ติดป้ายลดราคา และกำหนดวิธีการจัดการที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมนี้ช่วยให้ เซ็นทรัล รีเทล สามารถคำนวณการเกิดขยะอาหารได้อย่างแม่นยำ ช่วยปรับปรุงการวางแผนการจัดหาสินค้าและการบริหารสินค้าคงคลัง และลดการสร้างขยะตั้งแต่ต้นทาง นอกจากนี้ เพื่อป้องกันการเกิดขยะอาหาร เซ็นทรัล รีเทล ได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Yindii เพื่อขายอาหารส่วนเกินในราคาพิเศษและสร้าง "Surprise Bags" ที่บรรจุอาหารที่ยังสามารถบริโภคได้โดยขายในราคาที่สามารถเข้าถึงได้ใน Tops Supermarket และ Tops Daily ด้วย เซ็นทรัล รีเทล ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น SOS Thailand, VV Share Foundation, The Mirror Foundation และ CAS เพื่อส่งมอบอาหารส่วนเกินที่ยังสามารถบริโภคได้และอยู่ในสภาพที่ดีให้แก่กลุ่มเปราะบาง รวมทั้งร่วมมือกับ JAIKLA ในการนำอาหารส่วนเกินมารีไซเคิลเป็นอาหารสัตว์จากแมลง

โครงการสำคัญ

โครงการการจัดการวัสดุและบรรจุภัณฑ์

เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำวัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ทดแทนวัสดุพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ในกระบวนการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ของกิจกรรมทางการตลาด โดยเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ผู้จัดจำหน่ายและบริหารแบรนด์สินค้าชั้นนำระดับโลก ได้ปรับเปลี่ยนการผลิตสื่อจากการใช้แผ่น PP Board มาเป็นการใช้กระดาษโครงสร้างรังผึ้ง (Honeycomb Paper) ซึ่งสามารถรีไซเคิลได้และมีน้ำหนักเบากว่า ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและปริมาณของเสียจากวัสดุพลาสติก การดำเนินงานดังกล่าวสามารถลดการใช้แผ่น PP Board ได้รวม 410 ตารางเมตร และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 1.16 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการลดการใช้พลาสติกในกระบวนการดำเนินงาน และสนับสนุนการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

โครงการการจัดการขยะและเศรษฐกิจหมุนเวียน

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ดำเนินโครงการ ‘Pretty Ugly Bag’ เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดปริมาณของเสียจากวัสดุที่ใช้แล้ว ผ่านการนำป้ายไวนิลโฆษณาหน้าร้านที่หมดอายุการใช้งานมาอัปไซเคิลเป็นกระเป๋า ช้อปปิ้งที่สามารถใช้งานซ้ำได้ในระยะยาว โครงการดังกล่าวช่วยเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้เกิดมูลค่าใหม่ พร้อมสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยในระยะแรกสามารถนำป้ายไวนิลที่ใช้แล้วมาผลิตเป็นกระเป๋าได้กว่า 20,400 ใบ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 2.87 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เมื่อเทียบกับการผลิตจากวัสดุใหม่ นอกจากนี้ แนวคิดการให้สิทธิ์เปลี่ยนกระเป๋าใบใหม่ฟรีตลอดอายุการใช้งาน ยังช่วยยืดอายุการใช้ทรัพยากร ลดการเกิดของเสีย และส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคอย่างรับผิดชอบ โครงการ ‘Pretty Ugly Bag’ จึงเป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการทรัพยากรที่สร้างผลลัพธ์เชิงสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน

ผลการดำเนินงาน ปี 2567

ปริมาณการใช้พลังงาน

ปริมาณการใช้พลังงานทั้งหมด (เมกะวัตต์-ชั่วโมง)
ปริมาณการใช้พลังงานทั้งหมด (ร้อยละ)
หมายเหตุ:
ข้อมูลครอบคลุมขอบเขตการดำเนินงานของประเทศไทย เวียดนาม และอิตาลี

ปริมาณการใช้น้ำ

ปริมาณน้ำที่ถูกดึงขึ้นมาใช้จากทุกพื้นที่ (เมกะลิตร)
พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ (ร้อยละ)
หมายเหตุ:
ข้อมูลครอบคลุมขอบเขตการดำเนินงานของประเทศไทย เวียดนาม และอิตาลี

ปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์

ปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก (ตัน)
ปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก (ร้อยละ)
หมายเหตุ:
ข้อมูลครอบคลุมขอบเขตการดำเนินงานเฉพาะประเทศไทย

ปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์

ปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษ (ตัน)
ปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษ (ร้อยละ)
หมายเหตุ:
ข้อมูลครอบคลุมขอบเขตการดำเนินงานเฉพาะประเทศไทย

ปริมาณขยะและของเสีย

ปริมาณขยะและของเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมด (ตัน)
ปริมาณขยะและของเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมด (ร้อยละ)
หมายเหตุ:
ข้อมูลครอบคลุมขอบเขตการดำเนินงานของประเทศไทย เวียดนาม และอิตาลี

ปริมาณการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร

ปริมาณการสูญเสียอาหารและขยะอาหารทั้งหมด (ตัน)
ปริมาณการสูญเสียอาหารและขยะอาหารทั้งหมด (ร้อยละ)
หมายเหตุ:
ข้อมูลครอบคลุมขอบเขตการดำเนินงานเฉพาะประเทศไทย