บรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน
โครงการ Pretty Ugly Bag
ในปี 2568 ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ดในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดตัวโครงการ “Pretty Ugly Bag” ภายใต้แนวคิด “Ugly Bag, Pretty World” เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดขยะจากวัสดุเหลือใช้ โดยนำป้ายไวนิลโฆษณาที่หมดอายุการใช้งานจากร้านท็อปส์ เดลี่ มาอัปไซเคิลเป็นกระเป๋าช้อปปิ้งที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ พร้อมมอบสิทธิ์เปลี่ยนกระเป๋าใบใหม่ฟรีเมื่อชำรุดจากการใช้งานจริง เพื่อยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์และสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
ในระยะแรกของโครงการ ท็อปส์ตั้งเป้านำป้ายไวนิลที่ใช้แล้วประมาณร้อยละ 50 ของปริมาณที่เกิดขึ้นในแต่ละปีมาแปรรูปเป็นกระเป๋าช้อปปิ้งกว่า 20,400 ใบ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 2.87 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมสร้างมูลค่าใหม่ให้กับวัสดุที่เคยถูกทิ้ง ลดปริมาณของเสีย และส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ
โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ 12 Missions to Sustainable Retail ของท็อปส์ ซึ่งมุ่งส่งเสริมการลดการใช้ทรัพยากร (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายของเซ็นทรัล รีเทลในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ผ่านการสร้างคุณค่าจากวัสดุเหลือใช้และการส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืนร่วมกับลูกค้าและสังคม


โครงการการจัดการบรรจุภัณฑ์
เซ็นทรัล รีเทล ได้พัฒนาและนำวัสดุทดแทนในรูปแบบต่าง ๆ มาใช้ในการจัดการบรรจุภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยศูนย์กระจายสินค้า ไทวัสดุ ของกลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ ร่วมมือกับ บริษัท ไอสเทรด พัฒนาตาข่ายใช้ซ้ำสำหรับคลุมสินค้า และ Extra Roll Cage เพื่อลดการใช้ฟิล์มยึดพันพาเลทที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง และลดการใช้พาเลท ในปี 2567 สามารถลดปริมาณการใช้ฟิล์มยึดได้ถึง 10.54 ตัน รวมทั้งลดพื้นที่ในการขนส่งลงครึ่งหนึ่ง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้ถึง 20.4 ล้านบาท และในปี 2568 สามารถลดปริมาณการใช้ฟิล์มยึดได้เพิ่มขึ้นถึง 12 ตัน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้ถึง 7.73 ล้านบาท
นอกจากนี้ศูนย์กระจายสินค้า เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ในกลุ่มธุรกิจแฟชั่น ได้นำกระดาษฉลุมาใช้ในการห่อหุ้มสินค้าแทนพลาสติกกันกระแทก ในปี 2567 สามารถลดปริมาณการใช้พลาสติกห่อหุ้มได้ 600 กิโลกรัม และในปี 2568 สามารถลดปริมาณการใช้พลาสติกห่อหุ้มได้ 3.48 ตัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการลดปริมาณพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และสนับสนุนการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการ พัฒนานวัตกรรมที่ช่วยลดการใช้พลาสติก และการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน


โครงการสื่อรักษ์โลกจากกระดาษรังผึ้ง (ทดแทนแผ่นพีพีบอร์ด)
ในปี 2567 กลุ่มบริษัทเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ในเครือ เซ็นทรัล รีเทล เปลี่ยนการใช้วัสดุโฆษณาจากป้ายพีพีบอร์ด เป็นกระดาษรังผึ้ง ลดการใช้พลาสติกได้กว่า 542 ตร.ม. พร้อมส่งเสริมการใช้ซ้ำ และรีไซเคิลลดคาร์บอนฟุตพรินท์จากการดำเนินธุรกิจ


ในปี 2568 กลุ่มบริษัทเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ได้สานต่อโครงการลดการใช้พีพีบอร์ดด้วยการนำกระดาษรังผึ้ง (Honeycomb Paper) มาใช้เป็นวัสดุผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ในงาน CMG Big Sale แทนการใช้แผ่นพีพีบอร์ด ซึ่งเป็นวัสดุพลาสติกที่ยากต่อการจัดการหลังการใช้งาน โครงการนี้ช่วยลดการใช้พีพีบอร์ดได้รวม 410 ตารางเมตร พร้อมสนับสนุนการใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำและรีไซเคิลได้มากขึ้น ส่งผลให้ลดปริมาณขยะพลาสติกและลดผลกระทบด้านคาร์บอนจากการดำเนินธุรกิจ สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมของเซ็นทรัล รีเทล


โครงการการจัดการขยะและเศรษฐกิจหมุนเวียน
เซ็นทรัล รีเทล ส่งเสริมการสร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะของพนักงานและลูกค้า โดยได้มีการติดตั้งตู้รับขวดพลาสติกในศูนย์การค้า และท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ประเทศไทย และติดตั้งตู้รับขยะพลาสติกใน โก! ซูเปอร์มาร์เก็ต ประเทศเวียดนาม ซึ่งลูกค้าและพนักงานสามารถนำขวดพลาสติกมาสะสมเป็นแต้มแลกของรางวัล บริจาคแต้มเพื่อทำบุญหรือเข้าหน่วยงานการกุศลเพื่อสร้างประโยชน์ต่อส่วนรวม ในปี 2567 สามารถรวบรวมขยะพลาสติกประเภทต่าง ๆ กว่า 9.8 ตัน เพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีการนำขยะพลาสติกไปรีไซเคิล และอัพไซเคิลเป็นจีวรสำหรับพระภิกษุ 10,859 ผืน และในปี 2568 สามารถรวบรวมขยะพลาสติกประเภทต่าง ๆ กว่า 12 ตัน
และอัพไซเคิลเป็นจีวรสำหรับพระภิกษุ 60,000 ผืน นอกจากนี้ยังได้มีการรวบรวมฝาขวดน้ำพลาสติกเพื่อนำไปอัพไซเคิลเป็นอุปกรณ์ทางการศึกษา ได้แก่ ชั้นวางหนังสือและโต๊ะเรียน ส่งมอบให้กับโรงเรียนต่าง ๆ


นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการจัดการขยะพลาสติกผ่านโครงการ “ขวดสร้างบุญ” ณ ศูนย์กระจายสินค้าห้้างสรรพสิินค้้าเซ็็นทรััล โดยจัดตั้งจุดรวบรวมขวดน้ำพลาสติกที่ใช้แล้วเพื่อให้พนักงานคัดแยกและนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง พร้อมติดตามและบันทึกปริมาณการรวบรวมอย่างต่อเนื่อง ก่อนส่งมอบขวดพลาสติกทั้งหมดให้กับวัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อนำไปแปรรูปเป็นเส้นใยสำหรับผลิตจีวรพระภิกษุ ในปี 2568 โครงการสามารถรวบรวมขวดพลาสติกได้ทั้งสิ้น 18,350 ขวด สะท้อนถึงความร่วมมือของพนักงานในการลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
โครงการ “No Plastic Bag Day” และ “No Plastic Bag Month”

จากข้อมูลของ San Jose Recycles พบว่ามีการใช้ถุงพลาสติกมากกว่าหนึ่งล้านถุงต่อนาทีทั่วโลก ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 90 ของขยะที่ลอยอยู่ในมหาสมุทร และใช้เวลา 500 ถึง 100,000 ปี ในการย่อยสลาย เพื่อตอบสนองต่อการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งที่มากเกินไป ในปี 2567 เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม กับสถาบันยุทธศาสตร์และนโยบายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุตสาหกรรมและการค้าฮานอย เพื่อเปิดตัวแคมเปญ “No Plastic Bag Day” ที่ Big C Thang Long ในกรุงฮานอย โครงการนี้ส่งเสริมให้ผู้บริโภคลดการใช้ถุงพลาสติกโดยสนับสนุนการใช้ถุงผ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยลูกค้าที่นำถุงมาเองจะได้รับถุงผ้าและของขวัญเล็กน้อยเพื่อเสริมสร้างนิสัยการช้อปปิ้งที่ยั่งยืน
เพื่อขยายความพยายามออกไปนอกเมืองหลวง เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ได้ร่วมมือกับโครงการ “Hue – Urban Plastic Reduction” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก WWF-Norway และดำเนินการโดยเทศบาลเมืองเว้ เพื่อริเริ่ม “No Plastic Bag Month” ที่ GO! Huế ทุกวันพุธตลอดเดือนกรกฎาคม ร้านค้าจะงดแจกถุงพลาสติก เพื่อให้ทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการลดขยะพลาสติก
เซ็นทรัล รีเทล ตระหนักดีว่าอุตสาหกรรมค้าปลีกเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการก่อให้เกิดมลพิษจากพลาสติก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม ReNEW ของเซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ได้มีการนำเสนอทางเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนในซูเปอร์มาร์เก็ต GO! และ Big C ซึ่งรวมถึงการเลิกใช้หลอดพลาสติก การเปลี่ยนถุงพลาสติกเป็นถุงที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพที่ทำจากแป้งข้าวโพดและมันฝรั่ง และการใช้ใบตองแทนพลาสติกในการห่อผัก นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับซัพพลายเออร์กว่า 30 ราย เพื่อเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์อาหารสดให้เป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกบางชนิด เช่น ข้าวและกาแฟ ก็ได้เปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษเพื่อลดการใช้พลาสติก
เพื่อก้าวไปอีกขั้นในนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ได้ลงนามข้อตกลงกับ Sparklo Clean Tech เพื่อติดตั้งเครื่องรีไซเคิลอัจฉริยะ Sparklomat ทั่วเครือข่ายร้านค้า GO! เครื่องเหล่านี้จะรวบรวมขวดพลาสติกและกระป๋อง ซึ่งจะถูกคัดแยก ล้าง บด และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ กระบวนการรีไซเคิลช่วยลดการปล่อยคาร์บอนร้อยละ 55 ลดการใช้พลังงานร้อยละ 50 และลดการใช้น้ำมันร้อยละ 20 ซึ่งลูกค้าที่รีไซเคิลผ่านเครื่องเหล่านี้จะได้รับคะแนนสะสมที่สามารถนำไปแลกเป็นส่วนลดและโปรโมชันในร้านได้


ในปี 2568 เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ได้ต่อยอดความสำเร็จของโครงการด้วยการจัดแคมเปญ “Plastic Bag-Free Month 2025” ร่วมกับ WWF-Vietnam ณ GO! Huế เพื่อส่งเสริมการลดการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่วันที่ 3–31 กรกฎาคม 2568 ร้าน GO! Huế งดแจกถุงพลาสติกบริเวณจุดชำระเงินทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เวลา 08.00–16.00 น. พร้อมรณรงค์ให้ลูกค้านำถุงผ้ามาใช้แทน เพื่อสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โครงการดังกล่าวสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้กว่า 54,280 ใบ หรือประมาณ 540 กิโลกรัม ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ ทั้งนี้ พิธีเปิดได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทน WWF-Vietnam ผู้บริหารเซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ตลอดจนพันธมิตรและภาคธุรกิจในพื้นที่เข้าร่วม เพื่อร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือในการลดมลพิษจากพลาสติกและส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืนในระดับชุมชน
เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบจะต้องสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เซ็นทรัล รีเทล เน้นย้ำว่าความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน ชุมชน และผู้บริโภค เป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมระบบนิเวศการบริโภคที่ยั่งยืน และสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับโลกของเรา


โครงการบรรจุภัณฑ์แอคทีฟย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากการใช้ผลพลอยได้ทางการเกษตร เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาอาหารและลดขยะอาหาร
จากข้อมูลของ Our World In Data บรรจุภัณฑ์คิดเป็นร้อยละ 40 ของขยะพลาสติกบนโลก ท็อปส์ ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกอาหารภายใต้ เซ็นทรัล รีเทล ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท เกรซ จำกัด (มหาชน) และ สถาบันนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกันพัฒนาบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ทางชีวภาพเชิงรุก (Biodegradable Active Packaging) ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ บรรจุภัณฑ์นี้ได้รวมสารถนอมอาหารแบบแอคทีฟ หรือที่เรียกว่า Active Packaging เข้ากับวัสดุที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพซึ่งมาจากผลพลอยได้ทางการเกษตร นำเสนอการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างฟังก์ชันการใช้งานและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
เป้าหมายหลักของนวัตกรรมนี้ คือ การยืดอายุการเก็บรักษาอาหารได้อย่างปลอดภัย ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความปลอดภัย และความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนานี้สอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลกในด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน ซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดต่างประเทศ
ด้วยการรวมประโยชน์ทั้งจากบรรจุภัณฑ์แบบแอคทีฟและบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โครงการนี้สร้างโอกาสที่มีมูลค่าสูงสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร อาหารเพื่อสุขภาพ และสินค้าส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรจุภัณฑ์นี้ช่วยยืดอายุความสดและคุณภาพของผักและผลไม้ ในขณะที่ยังคงรักษากลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัสไว้ได้ เพื่อให้ตรงตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลและเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทนบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบดั้งเดิม ซึ่งจะช่วยลดขยะพลาสติกและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน
นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนมักจะไม่สามารถขยายขนาดได้เกินกว่าการวิจัยและพัฒนาและการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ด้วยเหตุนี้ โครงการจึงใช้แนวทางห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การกำหนดสูตรวิธีการผลิตระดับอุตสาหกรรม ไปจนถึงการบรรจุนอกสถานที่และการทดสอบตลาดจริงที่ร้านท็อปส์ จากการประเมินทางเศรษฐกิจล่วงหน้า 5 ปี (2570–2574) โครงการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แข็งแกร่ง ด้วยอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (BCR) ที่ 1.55 ซึ่งคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) มากกว่า 3.5 ล้านบาท และอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ที่ร้อยละ 14 ซึ่งสูงกว่าอัตราคิดลดร้อยละ 5 อย่างมาก ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงศักยภาพของโครงการในการสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ
ปัจจุบัน โครงการอยู่ในขั้นตอนการทดสอบตลาดและกำลังขยายครอบคลุมผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้มากขึ้น เป้าหมายระยะยาว คือ การบูรณาการวัสดุหมุนเวียนที่ยั่งยืนเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิต และมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมต่อวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของเซ็นทรัล รีเทล


โครงการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า
ท็อปส์ ในเครือ เซ็นทรัล รีเทล ร่วมมือพันธมิตร เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เบียร์จากขวดแก้วเป็นกระป๋องอลูมิเนียมรีไซเคิล 100% นำร่องที่ท็อปส์และท็อปส์ เดลี่ 8 สาขาบนเกาะพะงัน ช่วยลดขยะตกค้าง ตั้งแต่ต้นทาง หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน และยกระดับเกาะพะงันสู่แหล่งท่องเที่ยวสีเขียวต้นแบบ ในปี 2568 โครงการสามารถลดขยะจากขวดแก้วบรรจุเบียร์ได้ประมาณ 30.2 ตัน และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 70 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า


โครงการ Say No To Plastic Bags
ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชวนลูกค้างดรับถุงพลาสติกและเปลี่ยนมาใช้ถุงผ้าแทน เพื่อช่วยลดขยะจากการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ส่งเสริมการใช้ซ้ำอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ ห้างยังเดินหน้าสนับสนุนการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อร่วมสร้างสังคมรักษ์โลกไปด้วยกัน


โครงการ BAG FOR LIFE
ถุงพลาสติกที่มีการจัดจำหน่ายโดย ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และ แฟมิลี่มาร์ท หรือถุง Bag for Life เป็นการนำนวัตกรรมภายใต้หลักการ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) มาใช้ในการจัดการด้านปัญหาขยะถุงพลาสติกอย่างครบวงจร โดยเริ่มจากการลดการใช้เม็ดพลาสติกในกระบวนการผลิต รวมถึงการออกแบบถุงพลาสติกให้มีความหนาเพิ่มความแข็งแรงและคงทน เพื่อรณรงค์ให้ผู้ใช้นำมาใช้ซ้ำได้หลายๆ ครั้ง และเมื่อมีการนำไปใช้ซ้ำจนถุงพลาสติกชำรุดหรือเก่าจะถูกวนกลับเข้ากระบวนการรีไซเคิลด้วยวิธีที่ถูกต้อง และผลิตเป็นถุงใบใหม่ ซึ่งเป็นการสร้างพฤติกรรมการใช้ซ้ำตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีไว้

โครงการผ้ากันเปื้อนที่ทำจากขวดพลาสติก
เซ็นทรัล รีเทล และภาคีคณะทำงานการจัดการขยะ โครงการ Our Khung Bang Kachao ได้ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนวัดจากแดง สนับสนุนโครงการรีไซเคิลขวดพลาสติกประเภท PET ให้นำมาผลิตใหม่เป็นผ้ากันเปื้อนเพื่อใช้ในโครงการ “จริงใจ Farmers’ Market” จำนวนกว่า 200 ผืน โดยผ้ากันเปื้อน 1 ตัว รีไซเคิลจากขวด 10 ขวด ซึ่งเป็นการผลิต ผลิตภัณฑ์ใหม่จากวัสดุรีไซเคิล 100%
เซ็นทรัล รีเทล ได้ให้ความสำคัญในการจัดการขยะประเภทพลาสติกจากชุมชนและร้านค้าต่างๆ ในเครือนำมาผ่านการแปรรูปสร้างสรรค์เป็นวัสดุและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ เป็นการส่งเสริมการปฏิบัติตามแนวทางระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน อาทิ การร่วมมือกับชุมชนคุ้งบางกะเจ้าในการรวบรวมขยะพลาสติก และออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปใหม่ เช่น ถุงผ้า เสื้อผ้า หมวก แจกัน กระถางต้นไม้ ของเล่นเด็ก และเฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็ก นอกจากจะช่วยยืดอายุวัสดุให้กลายเป็นขยะได้ช้าลง ชะลอการเกิดขยะใหม่ สินค้า Upcycling เหล่านี้ยังถูกนำมาจำหน่ายที่ร้านค้าในเครือบริษัท เซ็นทรัล รีเทล ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการในการกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกด้วย
